ผู้เขียน หัวข้อ: ชอบร้องเพลง เล่นกีต้าร์ จึงมาอยู่นี่ เห็นรุ่นพี่เขียนไว้ จึงได้มาเป้น"ความรู้"  (อ่าน 179852 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ patchatt

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 3
  • *
  • กระทู้: 285
  • HL.9F636B0F (MP)
 :95:  อ่านแล้วเพลินเลยครับ  ได้ความรู้มาเติมอีกมากเลย  เป็นกำลังใจให้เลยครับผม

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:95:  อ่านแล้วเพลินเลยครับ  ได้ความรู้มาเติมอีกมากเลย  เป็นกำลังใจให้เลยครับผม
:thank1:
        กำลังปั่นต้นฉบับตอนต่อไปครับ  เกี่ยวกับเส้นทางสัญญาณเสียงที่มาจากต้นทางแล้วไหลผ่านอุปกรณ์เครื่องเสียงของเรา มากันกี่ทาง ไปทางใดบ้าง สุดท้ายออกทางลำโพง(หรือหูฟัง)แค่ 2 ทาง คือ ซ้ายกับขวา เหมือนหูเรามีแค่ 2 หู
        ไหง เราจึงคิดและลงทุนแยกมันออกไปเป็น 10 หรือ 20 ไลน์ทางก็ไม่รู้
         :95:
 

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๓๕  ตอน เพิ่มเครื่องขยายเสียง จำลองระบบเสียงกลางแจ้งมาใช้ในบ้าน

เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
   ตอนนั้น ตลอดเดือน เมษายน – กันยายน 2558 ผมเล่นเครื่องเสียงที่ใช้วิธีต่ออุปกรณ์ดังที่กล่าวไว้ในตอนก่อนนี้ สนุกเพลิดเพลินกันเชียวหละครับ เสียงแหลม กลาง ต่ำทำได้สมความพอใจครับ แต่ยังแคลงใจเรื่องหนึ่ง คือ เครื่องขยายเสียงแท่นที่ขับตู้ซับเบสนั้นไม่น่าจะเหมาะสมกัน ผมจึงมาค้นกระทู้หาความรู้เรื่อง ลำโพง และเครื่องขยายเสียงมาใช้ให้เหมาะสมกัน
   สาเหตุ คือ อุปกรณ์เครื่องขยายเสียง มีกำลังขับ แบบ Stereo 450 W x 2 ที่ 8โอห์ม  และมีลำโพงกำลังขยาย  600 W ที่ 8 โอห์ม  x 2 ตู้ มองเผินๆเห็นตัวเลขเหมือนจะไม่สมดุลกันนะครับ
   แล้วผมจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

       ต่อไปจากนี้ ผมจะใช้คำว่า Power Amp. (เพาเวอร์แอมป์)แทนคำว่า เครื่องขยายเสียงก็แล้วกัน นะครับ

        สมาชิกผู้รู้ในกลุ่มของเราท่านหนึ่งกล่าวว่า  ปรกติเพาเวอร์แอมป์จะถูกออกแบบมาเพื่อแสดงผลทางลำโพง ตัวลำโพงจึงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับเพาเวอร์แอมป์ ทั้งสองส่วนจึงต้องมีคุณลักษณะเข้ากันได้และเหมาะสมกัน
   สิ่งที่กำหนดความเหมาะสมกันระหว่างเพาเวอร์แอมป์กับลำโพง  มี 2 ประการ  คือ
1. Watt   (วัตต์-กำลังขยาย)    และ  2. Ohm (โอห์ม-ความต้านทาน)
   เพาเวอร์แอมป์ทุกตัวจะมีค่าโอห์มออกแบบมาเพื่อใช้ให้เหมาะสมกับลำโพง และลำโพงทุกดอกจะมีค่าโอห์มของตัวเองเช่นกัน   ได้แก่
   8 โอห์ม   สำหรับลำโพงทั่วไป
   4 โอห์ม   สำหรับลำโพงติดรถยนต์
        2 โอห์ม   สำหรับลำโพงเฉพาะงาน
   1 โอห์ม   สำหรับลำโพงเฉพาะงาน

        โอห์มของลำโพง มีคุณสมบัติ ดังนี้
1. ลำโพง 8 โอห์ม  จะให้เสียงชัดเจน แจ่มใส ไม่ผิดเพี้ยนเลย
2.ลำโพง 4 โอห์ม  จะให้เสียงดังกว่า 8 โอห์ม แต่จะมีความผิดเพี้ยนบ้าง เพาเวอร์แอมป์จะร้อนเร็วกว่าชนิด 8 โอห์ม
3.ลำโพง 2 โอห์ม  จะให้เสียงดังกว่า 4 โอห์ม แต่จะมีความผิดเพี้ยนมาก เพาเวอร์แอมป์จะร้อนเร็วกว่าชนิด 4 โอห์ม
   สรุปแล้ว ความต้านทานที่เหมาะที่สุดที่ลำโพงควรเป็น คือ 8 โอห์ม ()แม้ว่าจะดังน้อยกว่าชนิด 4 โอห์มหรือ 2 โอห์มก็ตาม
   
        เมื่อเป็นเช่นนี้ เราควรมีหลักการซื้อหาเพาเวอร์แอมป์มาใช้ให้เหมาะกับลำโพง คือ เลือกกำลังขยายเสียงของเครื่องเพาเวอร์แอมป์ ใกล้เคียงกับทั้งค่า วัตต์และค่าโอห์ม(ความต้านทาน)
   เช่น       เพาเวอร์แอมป์  มีกำลังขยาย  Stereo ที่  500 Watts X 2 ที่ 8 โอห์ม    จะต้องหาลำโพงที่มีกำลังขยาย  ดอกละ  500 Watts ที่ 8 โอห์ม  เช่นกัน

   อย่างไรก็ตาม เรามีวิธีทำให้ลำโพง 8 โอห์มมีความต้านทานลดลงเหลือ 4 โอห์มได้ โดยนำมันมาต่อกันแบบขนานก่อน
สูตร  การต่อแบบขนาน     = ค่าโอห์มตัวที่1 + ค่าโอห์มตัวที่2
                     4
เช่น                                   =  (8 โอห์ม) + (8โอห์ม)
                                                        4
               =      4  โอห์ม
      ลำโพงตัวที่1 = 600 Watts  8 โอห์ม
      ลำโพงตัวที่2 = 600 Watts  8 โอห์ม
   แบบขนาน จะมีค่า ขยาย วัตต์  = วัตต์ดอกที่ 1 +วัตต์ดอกที่ 2
                  = 600+600
                  =  1200 Watts
   จะเห็นได้ว่า ต่อแบบนี้จะใช้ได้กับเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขยาย ข้างละ 1200 Watts  ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม  ถ้าเพาเวอร์แอมป์ของคุณมีคุณสมบัติไม่ตรงกับดอกลำโพงที่ต่อแบบนี้ได้ ก็ต้องหาใหม่ ครับ

      การต่อลำโพงแบบอื่นก็มีอีก  ได้แก่ ต่อแบบอนุกรม  และแบบผสมกันระหว่างแบบขนานกับแบบอนุกรม   การต่อให้วัตต์ตรงกับโหมดขยายเสียงของเพาเวอร์แอมป์ที่มี 3 โหมดด้วนกัน คือ โหมดสเตอริโอ โหมดพาราเรล และโหมดบริดจ์โมโน  เชิญอ่านกระทู้หาความรู้เพิ่มครับ

กระทู้  เพาเวอร์แอมป์ กับลำโพง
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=40409.msg506674#msg506674

กระทู้   ต่อสายลำโพงยังไงให้ถูกต้อง
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=30106.msg392265#msg392265

กระทู้  ต่อแบบไหนเสียงจะดังดี
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=61199.msg753876#msg753876

กระทู้  การต่อลำโพงแบบ 8 โอห์ม 4 โอห์ม
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=44892.msg551541#msg551541

กระทู้ การต่อโหลดลำโพง 4โอห์ม
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=103650.msg124428838#msg124428838

กระทู้ การต่อลำโพงที่มีวัตต์ไม่เท่ากัน
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=16423.msg160473#msg160473

กระทู้ การต่อลำโพง
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=80338.msg124429300#msg124429300

กระทู้ วิธีเข้าสายสเปค่อน
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=78229.0

   คุณสมาชิกครับ ผมฝึกและใช้ระบบเครื่องเสียงเท่าที่มีอยู่ตามที่แจ้งให้คุณๆทราบตอนก่อนๆนั้นมาตลอด โดยใช้เพาเวอร์แอมป์บ้านๆ 2 แท่นรองรับงาน ดังนี้
        1. Pro Eurotech  รุ่น EU-100 –ขับเสียงลาง แหลม
รูปประกอบ


       2.Hammer รุ่น CQ4500  -ขับ เสียงต่ำ
รูปประกอบ


        และแล้ว เวลาล่วงเลยเข้าปลายๆราวเดือนกันยายน ปี2558(ตรงกับเดือนที่เขียนบทความตอนนี้พอดี)  ผมก็ขยับขยายอุปกรณ์ประเภทนี้ด้วยการซื้อหาอีก 2 รายการ คือ
       1. เพาเวอร์แอมปลิไฟเออร์ รุ่น  ProEurotech  MB-4800VZ  ราคา 8,900. บาท  ร้านไพศาล ลำปาง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2558
รูปประกอบ


        ตัวนี้ซื้อมาเพราะได้แรงบันดาลใจจากหน้าตาของ  “พระเอกตัวจริง”แต่งบประมาณมีน้อย  ครับ  เสียงดีครับ แต่น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก สงสารแรค ไม่พอใจ เก็บลงกล่อง ค้นหาชนิดน้ำหนักเบาที่เรียกว่า สวิชชิ่ง แทน หา หา  และหา มีแต่ราคาสูง (เกิน 10,000. บาท ) บ้างก็ว่า แบบสวิชชิ่งเสี่ยงกับกระแสไฟ  บ้างก็ว่า เล็ก บางเบา แต่ร้อนและเสียงดัง

       ในที่สุดมาหยุดที่นี่ครับ    สวิชชิ่ง นครสวรรค์
       2. เพาเวอร์แอมปลิไฟเออร์ รุ่น  Lab Gruppen LA-3600  ราคา 9,900. บาท  ร้านเอส อาร์ ซาวด์ นครสวรรค์  เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558
รูปประกอบ
2400วัตต์ 4โอม แบบสเตอร์ หม้อแปลงสวิทชิ่ง

 
        ความสุขจากเพลงeXtremeผ่านระบบเครื่องขยายเสียงของผม ยังคงมีได้ตลอดมาจนปลายๆปี2558 เกิดจุดเปลี่ยนทางความคิด สนใจมิกเซอร์ดิจิตอลแล้วสิ ผม 

       ตอนนี้ เรื่องราวค่อนข้างยาว ขอจบตอน เครื่องขยายเสียงกลางแจ้งจำลองมาใช้ในบ้าน เพียงแค่นี้  พบกันใหม่ตอนต่อไปครับ 
     
       ตอนต่อไป เป็นตอนแรกของเรื่องราวปี 2559 ปัจจุบัน ขยับไปสู่ยุคดิจิตอลกันบ้างครับ
       สวัสดี
 :thank1:





ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๓๖  ตอน การใช้เพาเวอร์แอมป์โหมดParallel ที่ถูกต้อง

เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
   ขอซุมา อภัย (ตามสำเนียงเหนือ เน้อ) ต้านปี้น้องกู่คน
   ตอนแรกว่า จะเข้าเรื่องราวของปี2559ตามที่แจ้งไว้  แต่ผมรู้สึก(เอง)ว่า ยังตกหล่น “ความรู้พิเศษ” เกี่ยวกับ เพาเวอร์แอมป์อยู่หนึ่งประเด็น อยากจะนำมาเรียนเพิ่มเติมแก่คุณสมาชิก เพราะเป็นความรู้ที่ผมเข้าใจผิดมาตลอด เนื่องจากนำไปใช้จริงไม่เต็มที่ จนกระทั่งสมาชิกรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญและมากล้นด้วยความเมตตา กรุณา แนะนำความรู้มาให้ ประทับใจผมมาก ยากที่จะลืม นั่นคือ
        ๑. คุณหมอนพ สุพรรณ
        ๒. คุณครูหม่อง  เมืองสิงห์
        ๓. คุณนเรศวร์
        ทั้งสามท่าน  ได้อธิบายลักษณะของสัญญาณเสียงที่ออกจากเพาเวอร์แอมป์โหมดต่างๆ  3 โหมด นั้นคือ
   1.โหมด  Stereo
   2. โหมด Parallel
   3. โหมด Bridge Mono


   ว่า เมื่อลำโพงมีโหมดให้ใช้ถึง 3 แบบ ท่านว่าเหมือนกัน  ระวัง  อย่า เทียบความหมายกัน เหมือนผม ต้นเหตุที่ผมเข้าใจ(ผิด)คือ
รูปสเปคของเพาเวอร์แอมป์




   ๑. ผมใช้โหมด Stereo เพื่อต่อลำโพงตามปรกติ คือ กำลังขยายเสียงของเพาเวอร์แอมป์แบบสเตอริโอ มีข้างละ กี่วัตต์ ที่ 8โอห์ม ก็ใช้กับลำโพง ข้างละเท่ากับวัตต์และ 8 โอห์ม ตามสเปคของเพาเวอร์แอมป์กำหนด
   ๒. (ข้อที่ผมเข้าใจผิด) ผมใช้โหมด Parallel เพื่อต่อลำโพงแบบขนาน เพราะนึกถึงคำแปล Parallel ว่า แบบขนาน คือ ที่จุดOutput ที่เมื่อก่อนคนเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆจะคุ้นกับขั้วไบดิ้งโพสต์ (เกลียวดำ-แดงหมุนล้อคสายลำโพง) ผมก็จับสายขั้วบวก(+)ของตู้ลำโพงทั้ง 2 ตู้มาพันๆรวมกันเป็นขั้วบวก แล้วสอดรูเกลียวไบดิ้งโพสต์สีแดง( + ) แชนแนล A  แล้วจับสายขั้วลบ(-)ของตู้ลำโพงทั้ง 2 ตู้มาพันๆรวมกันเป็นขั้วลบ แล้วสอดรูเกลียวไบดิ้งโพสต์สีดำ( - ) แชนแนล A  กำลังขยายเสียงของเพาเวอร์แอมป์แบบพาราแรลที่ผมใช้ออกมาทางแชนแนล A แชนแนลเดียว จะมีข้างละ กี่วัตต์ ที่ 4 โอห์ม (ตามสเปคเครื่องเพาเวอร์แอมป์กำหนด) 
   ๓. ผมใช้โหมด Bridge Mono เพื่อต่อลำโพง ออกทางแชนแนล A แชนแนลเดียว ใช้ลำโพงที่มีจำนวนวัตต์ และ โอห์ม ตามสเปคของเครื่องเพาเวอร์แอมป์กำหนด   
   ประเด็นคื่อ  ผมไม่มีความรู้เรื่องการต่อลำโพงที่โหมดParallel โหมดขนาน เอาเสียเลย

        ถึงขนาดต้องถาม คุณหมอนพ สุพรรณ
1. คำตอบของคุณนพ สุพรรณ
        “ขาออกไม่มีการรวบครับ  อยู่อิสระของใครของมัน  โหมด pararell โยงขั้วบวกจาก A>B เฉพาะภาคสัญญาณเข้าครับ  ไม่เกี่ยวกับขาออก  อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆเหมือนการต่อสายยางจากถังแก็สแยกไปหัวแตาแก็สหัวใครหัวมันโดย้แก็สถังเดียว  แทนที่จะต้องแยกหัวเตาละถัง”

        หรือที่ผมต้องถามคุณครูหม่อง เมืองสิงห์
2. คำตอบของคุณหม่อง  เมืองสิงห์
        “ครับ อาจารย์ พาราเรลก็คือช๊อตอินพุทรวมกันธรรมดานี่เองครับ ไม่มีซับซ้อนเหมือนบริดจ์..แอมป์บริดจ์จะรวมอินพุทเหมือนกัน แล้วแยกสัญญาณอินพุทออกเป็นเฟสบวกและเฟสลบ ส่งต่อไปให้เพาเวอร์ข้างซ้ายขยายแต่เฟสบวก เพาเวอร์ข้างขวาขยายแต่เฟสลบ แล้วนำสัญาณทั้งสองเฟสมาต่อโดยตรงกับลำโพง เฟสบวกออกมาทางขั้วบวกของแอมป์ข้างซ้าย เฟสลบออกมาทางขั้วบวกของข้างขวา นำมาต่อกับขั้วบวก,ลบ ของลำโพง จะได้กำลังเพิ่มมากขึ้นถึง 4 เท่า (ตามทฤษฏี) และ/หรือต่ำสุดจะได้กำลังมากกว่าปรกติ 2.5 เท่า ตัวอย่างเช่น แอมป์ที่มีกำลังขยายข้างละ 1200 วัตต์ ที่ 8 โอมห์ เมื่อนำมาต่อแบบบริดจ์ จะได้กำลังเพิ่มถึง 6000 วัตต์ที่ 4 โอมห์ แต่ก็เป็นโมโน เพราะเรารวมสัญญาณตั้งแต่อินพุทแล้วครับ ทีนี้ พาราเรลก็เลยเป็นของกล้วยๆ ธรรมดานี่เองครับ..”

3. คำตอบของ คุณนเรศวร์ 
   “อยู่ในกระทู้ การต่อลำโพง ครับ”

    สรุป ผมได้เข้าใจเรื่อง การต่อลำโพงโหมด Parallelเป็นอย่างยิ่งจากสมาชิกรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งครับ

        เพื่อทบทวนว่าผมได้  “ความรู้”  อะไรบ้างจาก รุ่นพี่ เพื่อนและน้องในกลุ่มสมาชิกของเรา  ผมขอเรียนให้ทราบอีกครั้งหนึ่งตามตอนต่างๆที่เขียนไว้ครับ

        ตอนที่ ๑  ผมตกลงใจซื้อextreme V.3 จากตัวแทนในจังหวัดลำปาง คือคุณ ชัยแสตมป์  เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2554 ในราคา 2,000.บาท   แล้วสมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 19ธันวาคม2554  และแนะนำตัวเองแจ้งรหัสฮาร์ดล็อคในวันที่ 5มกราคม2555    ปีพ.ศ.2555 จึงเป็นปีแรกที่ผมเริ่มใช้ eXtreme v.3 ด้วยความสนใจคุณสมบัติ 4 ประการเป็นเบื้องต้น คือ
1.   เล่นแบบ 2 จอ เผื่อให้นักร้อง  กับที่ผมควบคุมโปรแกรม คนละจอ
2.   เล่นอีเลคโทน
3.   เล่นเมดเลย์ แบบเนียนๆ
4.   เล่นแบบแยกไลน์
        ตอนที่ ๒  ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้ออก 2 จอ
        ตอนที่ ๓ และ ๔ ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นแบบบอีเลคโทน
        ตอนที่  ๕ และ ๖   เรื่องผมชอบร้องเพลง ชอบฟังเพลง ชอบเสียงกีต้าร์ ชอบเล่นกีต้าร์
        ตอนที่ ๗   ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นแบบแยกไลน์
        ตอนที่  ๘  ความรู้บทนำเรื่อง ประเภทของการเล่นแบบเมดเล่ย์
        ตอนที่  ๙  ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นเมดเล่ย์แบบง่าย
        ตอนที่  ๑๐  ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นเมดเล่ย์แบบอัตโนมัติ
        ตอนที่  ๑๑  ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นเมดเล่ย์แบบตั้งค่าเอง
        ตอนที่  ๑๒  ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นเมดเล่ย์แบบมีและไม่มีเกริ่นเพลง
        ตอนที่  ๑๓  -  ๑๔  -  ๑๕   ความรู้เรื่อง การเล่นeXtreme Karaoke v.3 ให้เป็นเมดเล่ย์แบบต่างๆที่มีผู้ถามตอบในกระทู้ ระหว่างปี พ.ศ.2550 – 2555
        ตอนที่ ๑๖ – ๑๗   ความรู้เรื่อง มิกเซอร์
   ตอนที่ ๒๐ ความรู้เรื่อง ซาวด์การ์ด 7.1 สำหรับแยกไลน์ดนตรีeXtreme Karaoke
   ตอนที่ ๒๑ ความรู้เรื่อง การบันทึกเสียงเพลงeXtreme Karapke และเสียงร้องของเราลงไปไว้พร้อมๆกัน
   ตอนที่ ๒๒ ความรู้เรื่อง  การแปลงไฟล์เพลง VCD คาราโอเกะมาเป็นเพลงeXtrerme Karaoke
   ตอนที่ ๒๓ – ๒๔ ความรู้เรื่อง  การทำเพลงคาราโอเกะที่เป็นเสียงร้องของเราเอง   
        ตอนที่ ๒๕ ความรู้เรื่อง  เพาเวอร์แอมป์
        ตอนที่ ๒๖ ความรู้เรื่อง  ซาวด์การ์ด 7.1 ขนาด 1.5U ติดแรค
        ตอนที่ ๒๗ ความรู้เรื่อง  การเป็นสมาชิกเพลง XMK
        ตอนที่ ๒๘ ความรู้เรื่อง  การนำเพลง XMK มาแยกไลน์
        ตอนที่ ๒๙ ความรู้เรื่อง  การเป็นสมาชิกเพลง EMK
        ตอนที่ ๓๐ ความรู้เรื่อง  การปรับตัวให้เป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่ม
        ตอนที่ ๓๑ ความรู้เรื่อง  การใช้ตู้ลำโพงซับเบส
        ตอนที่ ๓๒ -  ๓๓  ความรู้เรื่อง  การใช้คอมเพรสเซอร์
        ตอนที่ ๓๔ ความรู้เรื่อง  การใช้คอมเพรสเซอร์ และ เอฟเฟคนอกมิกซ์
        ตอนที่ ๓๕ – ๓๖ ความรู้เรื่อง  การใช้เพาเวอร์แอมป์ให้เหมาะกับลำโพง
        ตอนที่ ๓๖ ความรู้เรื่อง  การใช้เพาเวอร์แอมป์โหมดParallel
        ตอนที่ ๓๗ (ตอนต่อไป  เรื่อง ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรีสดๆ) 

        โปรดติดตามครับ   ขอขอบคุณทุกท่าน ครับ
        สวัสดี
 :thank1:



ออฟไลน์ อนันตชัย ระยอง

  • ตัวแทนจำหน่าย
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • **
  • กระทู้: 16319
  • x-men : 7485488C , 7C842C7A, 12347732
ขออนุญาตแก้ไขนิดหนึ่งเพื่อความถูกต้องนะครับ
ที่บอกว่าลำโพงมีความต้านทานที่ 8 โอห์ม ที่จริงแล้วมันไม่ใช่คถวามต้านทานนะครับ เราเรียกมันว่า Impedance ซึ่งเป็นค่าความต้านทานในรูปของสัญญาณแบบ AC ที่มีความถี่เข้ามาเกี่ยวของ ซึ่งจะมีส่วนของค่าความจุของ capacitor และค่าความเหนี่ยวนำของขดลวดมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งค่า Impedance เหล่านี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความถี่ที่ถูกป้อนให้กับลำโพง (จริงจะประกอบด้วย ค่า Reactance ของตัวเก็บประจุ , ค่า reactance ของตัวเหนี่ยวนำ และค่าความต้านทาน : Resistance)
แต่เราอนุมาณว่าค่า impedance เหล่านี้คือค่าความต้านทานเพื่อให้เข้าใจง่าย
ส่วนค่าความต้านทานที่แท้จริงนั้น เราใช้กับโหลดในวงจรไฟกระแสตรงครับ

ลองอ่านทฤษฎีง่าย ๆ ที่ลิงค์ข้างล่างนะครับ

http://icelectronic.com/beginner/study/imped.htm

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ขออนุญาตแก้ไขนิดหนึ่งเพื่อความถูกต้องนะครับ
ที่บอกว่าลำโพงมีความต้านทานที่ 8 โอห์ม ที่จริงแล้วมันไม่ใช่คถวามต้านทานนะครับ เราเรียกมันว่า Impedance ซึ่งเป็นค่าความต้านทานในรูปของสัญญาณแบบ AC ที่มีความถี่เข้ามาเกี่ยวของ ซึ่งจะมีส่วนของค่าความจุของ capacitor และค่าความเหนี่ยวนำของขดลวดมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งค่า Impedance เหล่านี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความถี่ที่ถูกป้อนให้กับลำโพง (จริงจะประกอบด้วย ค่า Reactance ของตัวเก็บประจุ , ค่า reactance ของตัวเหนี่ยวนำ และค่าความต้านทาน : Resistance)
แต่เราอนุมาณว่าค่า impedance เหล่านี้คือค่าความต้านทานเพื่อให้เข้าใจง่าย
ส่วนค่าความต้านทานที่แท้จริงนั้น เราใช้กับโหลดในวงจรไฟกระแสตรงครับ

ลองอ่านทฤษฎีง่าย ๆ ที่ลิงค์ข้างล่างนะครับ

http://icelectronic.com/beginner/study/imped.htm
ขอบคุณครับ ครูอนันตชัย   :thank1:  :thank1:  :thank1:
       ไฟฟ้าเป็นนามธรรม แต่มีพลังเหลือเกิน
       ครูสุเมธ ได้ความรู้อีกแล้ว   :30:   :30:   :30: 

ลึกซึ้ง ลึกซึ้ง
 :95:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๓๗  ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี

เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
        ปรกติเราฟังเพลงทั่วไป เริ่มจากเครื่องรับวิทยุธรรมดาๆมีลำโพงติดมาให้เห็นอย่างน้อย1ดอก ระบบคลื่นที่รับมาฟังมีทั้ง AM และFM แน่นอนระบบFMเสียงย่อมดีกว่า เพราะส่งมาเป็นสัญญาณ Stereo เสียงชัดเจนด้วย แต่เรายังได้ยินเสียงชิ้นดนตรีรวมๆทางลำโพงดอกเดียว ไม่มีมิติซ้ายขวาเป็นเสียงชิ้นใดบ้าง หากถ้าเราเพิ่มเงินอีนิดซื้อเครื่องรับวิทยุที่วางลำโพงไว้เคียงกัน 2 ดอกซ้ายขวา เราจะสามารถได้ยินมิติเสียงเครื่องดนตรีบางชิ้นแยกกันคนละลำโพง เพลินไปอีกแบบ นะครับ

        เครื่องรับวิทยุFM-Stereo หรือเครื่องเล่นเพลงชนิดนี้จะมีสวิทช์ปรับจากStereoมาเป็นMonoกลับไปกลับมา เสียงที่เราฟังแยกลำโพงแบบStereoก็จะกลับมาได้ยินเหมือนกันทั้งสองดอกซ้ายขวาถ้าสวิทช์เป็นแบบMono
   
       ที่เราจะได้ยินเป็นStereo บ้าง Monoบ้าง เราทราบไหมครับว่าผู้ออกแบบช่องสัญญาณเสียงเขาวางเส้นทางเสียงดนตรีกันอย่างไรก่อน แล้วถึงมาบันทึกเสียงไว้

       ณ วันนี้ ผมเสียดายเวลาที่ผ่านมาอยู่เรื่องหนึ่ง เสียดายที่สุด ที่เราเคยเล่นเพลง เล่นดนตรี ร้องเพลงมานานไม่รู้เบื่อตั้งแต่จำความได้  มีแต่ความสนุกสนานไปวันๆ วันแล้ววันเล่า นานับปี ผ่านแล้วผ่านเลย อยากร้อง อยากเล่นเพลงไหน ก็เปิดเครื่องเสียง เปิดคาราโอเกะ หรือหยิบเครื่องดนตรีมาเล่น เล่นเอง ฟังเอง เบื่อก็หยุด ซ้ำซากอย่างนี้ แต่เราขาดการเก็บหลักฐานการเล่นดนตรี การร้องเพลงที่สำคัญไป   หนำซ้ำบางคนถืออัตราการว่าจ้างที่มีถี่ยิบจนไม่มีวันพัก  บางคนนึกเห็นความชื่นชมยินดีของผู้ดูผู้ว่าจ้างและกำหนดการแสดงที่เต็มเหยียด  มาเป็นหลักฐานคุณภาพของงาน แล้วประเมินออกมาว่า ระบบเสียงของเราดีแล้ว  เหมือนผมที่เล่นแล้ว ร้องแล้ว พอใจก็หยุดพัก

        คุณผู้อ่านครับ หลักฐานนั้นคือ บันทึกเสียงและภาพการเล่นดนตรีร้องเพลงของเราเองไงครับ   มีไหมครับที่เก็บไว้ในรูปม้วนเทป  VHS  ม้วนDVD วิดีโอ หรือแผ่น CD  VCD  DVD หรือไฟล์Multimediaใดๆ ที่พอจะกลับมาฟังมาดูใหม่ได้ สุดแล้วแต่จะเลือกเอาครับ
   
        ครับ ต้องยอมรับว่า การบันทึกภาพและเสียงเป็นอีกเรื่อง อีกภาระหนึ่งหลายคนแทบไม่นึกถึงกันเลย  เพราะนึกถึงทีไร ก็จะนึกว่าต้องลงทุนซื้อหาอุปกรณ์เพิ่มแน่นอนครับ และราคาอุปกรณ์นั้นบางตัว แถบจะเท่ากับราคาเครื่องเสียงทั้งระบบของเราเสียอีก รวมทั้งต้องหากำลังบุคลากรผู้ช่วยงานด้านนี้มาเพิ่มอีก โอ้ย ....ไม่เอาแล้ว  เล่นก็เล่นทุกวัน ร้องก็ร้องทุกวัน ทำไมต้องบันทึกเสียงบันทึภาพนั้นไว้ด้วย ...ไม่เอาแล้ว

        ในที่สุด  ถึงวันนี้ คุณๆมีอดีต ร่องรอยการร้องเพลงเล่นดนตรีที่มีเสียงให้ฟังไม่ใช่รูปอย่างเดียว บ้างไหมครับ
น่าเสียดายใช่ไหมครับ

        เราจะมาคุยกันอย่างละเอียดอีกครั้งในตอนต่อๆไป
   มาต่อกันที่เรื่องเส้นทางสัญญาณเสียงที่เดินทางมาสุดท้ายแค่ 2 ทาง คือทางซ้ายและทางขวา แบบที่เรียกว่า Stereo ที่ไม่พ้นเรื่องหูเราเองที่มี2ข้าง
   
        ในเมื่อเส้นทางเสียงที่เราได้ยินและคุ้นเคยมีแค่ ซ้ายกับขวา เหมือนหูเรามี2ข้าง หรือใช้ภาษาอังกฤษว่า Channel L(Left) – Channel R (Right) เราจึงเห็นตัวพยัญชนะ L  R ปรากฏอยู่ตามรู ปุ่ม หมุน เลื่อนบนอุปกรณ์เครื่องเสียงเสมอ  ไม่เพียงแต่มีรูปตัวอักษร L R แล้วยังมีแถบสีเป็นสัญลักษณ์ให้สะดุดตาง่ายแก่การจดจำอีกด้วย
        Channel L(Left) ซ้าย  - ใช้สี ขาว
   Channel R (Right) ขวา – ใช้สี แดง (จำง่ายๆว่า R – Red)
แต่เท่าที่เห็น จะสลับที่กัน สังเกตที่ตัวพยัญชนะ และสีเอา


        ถ้า วางอุปกรณ์ช่องรู ขั้ว ปุ่ม แชนแนลให้เป็นแนวนอน จะเรียงกัน  ดังนี้
                   L           -           R
   หรือ     ใช้ตัวพยัญชะ         A          -           B
   หรือ      ใช้ตัวเลข               1           -           2   
(ตัว A หรือ 1 หมายถึง แชนแนล ซ้าย  ตัว B หรือ 2  หมายถึง แชนแนล ขวา)


หรือ ถ้าวางอุปกรณ์ช่องรู ขั้ว ปุ่ม แชนแนลให้เป็นแนวตั้ง จะเรียงกัน  ดังนี้
      อยู่บน             L      หรือ       A       หรือ   1
      อยู่ล่าง         R                  B         2
        (ตัว A หรือ 1 อยู่บน หมายถึง แชนแนล ซ้าย  ตัว B หรือ 2  อยู่ล่าง หมายถึง แชนแนล ขวา)   
        สีที่ใช้เป็นสัญลักษณะ ก็มี
                 ตัวบน  เป็น   Channel L(Left)  - ใช้สี ขาว
                 ตัวล่าง เป็น   Channel R (Right) – ใช้สี แดง
สังเกตง่ายครับ 
รูปประกอบ


   สัญญาณเสียงที่วิ่งไหลเข้าออกอุปกรณ์ไม่ได้วิ่งไปทางเดียวเดี่ยวๆนะครับ อยากให้เห็นภาพ พอเราต่อสายสัญญาณ เหมือนกับสั่งมันให้วิ่งไปที่ปลายทางได้ มันเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสตรงครับ คือวิ่งไปทางเดียวยังไม่ถึงปลายทาง พอถึงจุดหมายปลายทางปั๊บ มันจะต้องวิ่งกลับมารายงานต้นทาง(เราเองไงครับ)ว่ามันถึงแล้วครับได้ยินเสียงผมนะครับ แหม มันซื่อสัตย์จริงๆ  (แทบจะนำไปแต่งเพลง เสียงเพลงผู้ซื่อสัตย์ )
   สัญญาณไฟฟ้าทีเป็นสัญญาณเสียงวิ่งไปทางหนึ่งและต้องวิ่งกลับมาอีกทางหนึ่ง เรียกว่า ไฟฟ้ากระแสตรง เป็นสัญญาณอ่อนๆ พอจับได้ครับ ไม่ว่าจะวิ่งออกจากแชนแนล ซ้าย หรือ ขวา ก็จะมี 2 เส้นออกไปครับ เป็น 2 ขั้ว ครับ  คือ
        1.ขั้ว บวก (+)  ใช้สัญญลักษณ์ สี แดง
        2.ขั้ว ลบ (-)   ใช้สัญญลักษณ์ สี ดำ
รูปประกอบ


        ไอ้ตัวไหนวิ่งไปก่อน ผมก็ลืมแล้วครับ  สมัยเคยเรียนวิทยาศาสตร์กายภาพอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบุรีรัมย์พทยาคม รุ่นปี พ.ศ.2517 – 2519 รุ่นเดียวกับครูภูวดิษฐ์ เกิดทรง มือ......อะไร น่าจะแซกโซโฟน  ครูนิคม  ศรีรักษ์สูงเนิน มือทรัมเปต ดุริยางค์โรงเรียน สมัยนั้นครูสอนวิทยาศาสตร์ บอกว่า อีเลคตรอนวิ่งจากประจุลบไปหาประจุบวก แต่ผมเข้าใจว่า ประจุบวกศักย์มากกว่าดูดเอานะ แต่พอมาเรียนวิชาไฟฟ้า ท่านก็ว่า ขั่วบวกวิ่งไปหาขั้วลบ ฟังๆแล้ว  คนละเรื่องเดียวกันหรือเปล่าครับ 

        ในเรื่องเครื่องเสียงเรา ขั้ว+(บวก) ขั้ว-(ลบ)ที่วิ่งไปมาในอุปกรณ์โดยเฉพาะไปสิ้นสุดที่ลำโพง ท่านก็ให้ระวังอย่าต่อผิดขั้ว เสียงที่ได้จะผิดเพี้ยน แต่ละขั้ว ท่านมีคำเรียกว่า เฟส ฉะนั้นเราจึงพบหลายกระทู้ว่าเสียงลำโพงออกไม่เต็มเสียงบ้าง เสียงเบากว่าที่เป็นจริงบ้าง บ้างยืนยันว่าต่อถูกขั้วทั้งบวกและลบ เสียงไม่ดี พอกลับขั้ว(สลับเฟส)เสียงกลับดีกว่า อย่าสงสัยเลยครับ มันต้องผิดเฟสตรงไหนสักแห่ง ถึงกับต้องลงทุนเปิดตู้ลำโพง รื้อมาดูว่าช่างทำตู้ต่อขั้วผิดเฟสอยู่ข้างในหรือเปล่า

        เราชาวเครื่องเสียงต้องพิถีพิถัน ระมัดระวังเรื่องขั้ว แดง – ดำ พอๆกับ ช่องแชนแนลซ้าย-ขวา (แดง-ดำ)อีกเหมือนกัน

        ฉะนั้น สีแดง-ดำ จะทำให้เราชาวช่างเครื่องเสียงต้องจดจำไปตลอด ไม่เครียดเท่ากับกระแสไฟฟ้าบ้านที่เป็นกระแสสลับ นะครับ

        ตลอดเระยเวลาตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นสมาชิกบ้านนี้ในปี 2555 แล้วเริ่มเล่นเครื่องเสียงในลักษณะคล้ายๆรุ่นพี่ที่ใช้เป็นอาชีพ เล่นกลางแจ้ง อุปกรณ์ต่อพ่วงมากมาย แยกเสียงความถี่สูง(แหลม) กลาง ต่ำ มาถึงปลายๆปี 2558 นั้น ผม(เฉพาะผมนะครับ)เห็นอุปกรณ์ที่ใช้นั้นมีลักษณะเป็นดิจิตอลอยู่เฉพาะเครื่องปรุงเสียง ได้แก่
        1. ครอสโอเวอร์ (Crossover)  ที่เรียกว่า ตัวจัดการลำโพง (Loundspeaker Managerment System)  เช่น DriveRack  PA ของค่าย Dbxเป็นต้น
        2. ดิจิตอล เอฟเฟค ร้องเพลง

        นอกนั้นยังใช้แบบอนาล็อคกันอยู่(ส่วนมาก) ได้แก่ มิกเซอร์ ชนิดที่เป็นดิจิตอลแทบจะนับได้ครับ สาเหตุเพราะราคาสูงครับ  ราคามิกเซอร์ดิจิตอลเมื่อเทียบกับกับแบบอนาล็อคนั้นสูงเป็นสองถึงสามเท่าของอนาล็อคทีเดียว  ในเมื่อดิจิตอลมิกเซอร์ซี่งเป็นตัวรวมเสียงทุกอย่างรวมทั้งเป็นต้นทางและทำหน้าที่บันทึกเสียงได้ทั้งหมดมีใช้กันน้อย

        ฉะนั้นเรื่องโอกาสที่พวกเราจะได้เก็บหลักฐานภาพและเสียงแทบจะไม่มีกันเลย ตั้งแต่ต้น
        ผมได้กล่าวเกริ่นไว้ตอนต้นของตอนนี้แล้วไงครับว่า เสียดายเวลาที่ผ่านไปนั้นจริงๆ
ผู้ใช้เครื่องเสียงและดนตรีแบบคาราโอเกะบางท่านที่ยังใช้มิกเซอร์แบบอนาล็อคอยู่อาจจะมีความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องหาอุปกรณ์ใดๆมาเสริมเพื่อบันทึกเสียงร้องเล่นดนตรีสดๆกันให้เปลืองและยุ่งยากอะไรมาก อยากได้ก็ใช้โทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูปเก็บทั้งภาพนิ่งและวิดีโอก็ได้ ให้ลูกหลาน หรือญาติผู้ช่วยคาราวานถ่ายให้ ครับ คุณจะทำอย่างนั้นก็ได้ครับ ถ้าไม่ต้องการคุณภาพเสียง ขอให้มีคุณภาพรูปที่ถ่าย ก็ได้ครับ 

        แต่ถ้าคุณสังเกตดีๆ ราวปลายๆปี2558 เดือนกันยายน ซึ่งตรงกับที่ผมลงบทความตอนนี้พอดี  ก็มีกระทู้  แสดงความสนใจ Behringer X3Air AR-18
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=99043.msg124426033#msg124426033

กระทู้  สอนการใช้ Makie DL1608 อย่างทะลุปรุโปร่ง
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=102424.msg124421133#msg124421133

กระทู้ อยากเล่น Mixer Digital กับเขาดูบ้าง เดือน พฤศจิกายน 2558
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=95411.msg124437249#msg124437249

พอเดือน พฤศจิกายน 2558  มีผู้สังเกตว่า ดิจิตอลมิกเซอร์ ถูกลงทุกวัน
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=104515.msg124434677#msg124434677

ทั้งๆที่มีกระทู้ เรื่อง Digital Mixer Console มาให้อ่านตั้งแต่ เดือนมกราคม 2558 
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=98333.msg1220093#msg1220093

       แสดงว่า เทคโนโลยีดิจิตอลในมิกเซอร์ มีมานานพอควร  แต่คนยังลังเล สงสัยเรื่องคุณภาพเสียง   
พอๆกับสมัยหนึ่งที่เทคโนโลยีวิดีโอแบบอนาล็อค บันทึกลงม้วน VHS ครูสุเมธยังเคยทำหน้าที่แบกกล้องถ่ายวิดีโอ National ม้วนเป็นตลับใหญ่ๆ ถ่ายกิจกรรมของโรงเรียน ถ่ายเสร็จเต็มม้วนก็เปลี่ยนม้วนเปล่าใหม่มาใส่ถ่ายต่อ หรือม้วนเก่าไม่เอาแล้วทับลงไป เวลานำมาตัดต่อก็เอามาเล่นปกติ 2ชม. ออกไปแปลงที่การ์ดจับภาพ(ติดตั้งในคอมพิวเตอร์) ให้เป็นไฟล์ดิจิตอล ( Mpeg หรือ Avi  เลือกเอา) ได้ไฟล์มหึมาแทบเต็มฮาร์ดดิสก์  ต่อมาก็มีกล้องถ่ายวิดีโอมือถือ ค่ายSONYนำโด่งมาก่อน เป็นม้วน Hi8 แบบเดียวกับ VHS แต่ลดขนาดลง เสียเวลาแปลงมากครับ ครูสุเมธซื้อหามาอีก  ต่อมาก็เป็นม้วนแบบดิจิตอล เรียกว่าม้วนDV เป็นดิจิตอลก็จริงแต่เวลาแปลงก็ใช้วิธีเล่นก่อน ง่ายตรงที่โปรแกรมแปลงเรียกหาเวลาในเทปได้  และสุดท้าย Sony ทำกล้องถ่ายวิดีโอมาถ่ายเป็นไฟล์ดิจิตอลทันทีลงในหน่วยความจำบนเครื่อง อยากได้คลิบไหน ก็กอปปี้ไปใช้เลยไม่ต้องแปลง  ครูสุเมธใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายแทน เหมือนกัน ได้ไฟล์มาเหมือนกัน แต่ความรู้สึกกับภาพที่ได้ มันไม่ชัดเหมือนสัญญาณอนาล็อคแบบเดิม กว่าจะตกลงปลงใจไปใช้ดิจิตอลก็ตอนที่อุปกรณ์แบบอนาล็อคเลิกผลิตนั่นแหละครับ
   
        ผมติดตามหาความรู้เรื่อง ดิจิตอลมิกเซอร์ มาตลอดช่วงเข้าปี 2558 แต่ก็เพราะเหตุผผลตามที่ผมกล่าวไว้  ณ วันนั้น ภาระที่ปรับปรุงระบบเสียงของผมตลอดเดือน กันยายน –พฤศจิกายน2558 ค่อนข้างอยู่ตัว จึงพอจะหาความรู้เพิ่มได้  จึงรู้ว่า อะไรที่มันยากแบบอนาล็อค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงระหว่างอุปกรณ์ การบันทึกเสียง  ต่อไปจะง่ายขึ้น ถ้าเป็นระบบดิจิตอล น่าจะถึงเวลาที่ผมควรจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างบ้าง

        เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558  ผมมุ่งความสนใจไปที่ Behringer X-Air XR18 จึงถามผู้มีใช้แล้วตอนนั้น คือ  คุณSarawutSound ท่านกรุณาตอบ ผมขอแจงเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ 
1. XAir XR18 สามารถเป็นซาวด์การ์ดธรรมดา ถ้าใช้soundinterface แยกไลน์ได้เต็มที่ ผ่านสาย USB เส้นเดียว ด้วยโปรแกรมExtreme Asio เฉพาะรุ่นXR18 พร้อมทั้งเป็นMiXerปรับเสียงแต่ละไลน์ให้กับeXtreme Aiso ได้เลย
2. รุ่นเล็ก XR12  ทำ แยกไลน์ไม่ได้เหมือน XR18
3. ถ้าจำไม่ผิดพวกมิกซ์ที่มีรูเสียบUSB และรองรับฟังชั่นก์ASIO จะสามารถใช้มิกซ์เป็นซาวด์การ์ดได้(พวกมิกซ์อนาล็อค) ส่วนพวกดิจิตอล ถ้ารองรับฟังชั่นก์ASIO - Audio interface หรือคอมเรามองเห็น น่าจะทำได้ครับ พวก QU-16 X32 Presonus 16.4.2
4. ถามว่า เล่นเอกทรีมผ่านUSBมาที่ดิจิตอลมิกเซอร์แล้วสามารถแยกไลน์ได้นั้น หมายถึง เล่นเอกทรีมรุ่นASIOและตั้งค่าเป็นแยกลำโพงไว้ใช่ไหม: ใช่ครับ คล้ายๆกับการใช้กล่องแยกไลน์นั่นแหละครับเพียงแต่เหลือสายUSBเส้นเดียว
5. ถามต่อส่วนทางด้านดิจิตอลมิกเซอร์เซตโปรแกรมให้เป็นไง มันมองเห็นไลน์เอกทรีช่องทาง(ที่เห็นก็มีAUX 6ช่องรวมกับMain2ช่องเป็น8ช่องตามจำนวนไลน์ในเอกทรีม) : เราจะต้องเข้าไปตั้งค่าที่โปรแกรมX-AIR ของมิกซ์ Routing การรับและส่ง Send+Return ของแต่ละชาแนลให้ตรงกับที่แยกไลน์ไว้ใน Extreme ซึ่งตอนที่แยกไลน์ในExtreme เราจะเห็นชื่อของมิกซ์ดิจิตอลขึ้นมาให้เลือกเวลาแยกไลน์
ุ6.ที่เราแยกไว้เป็นไลน์ๆขึ้นมาเลยแล้วเราสั่งมันเอาพุทออกทางMainL-R  แค่2ช่อง   หรือเราสั่งให้มันเอาพุทออกจากมิกเซอร์หลายๆ : ปกติที่ผมใช้ ผมจะตั้งค่า Routing ให้มันออกที่ช่อง L+R ปกติ 2เส้น ไปเข้าครอสต่อไป แต่ถ้าต้องการให้มันออกที่ช่องอื่นก็ได้ครับอยุ่ที่เราจะกำหนด ตัวอย่างเช่นสมมุติเราดูหนังแล้วอยากให้มันเป็นระบบเสียง 4.1 กลางแหลม4 ซับ 1 เราก็สามารถสั่งให้มันไปออกที่AUX 1-5 เลยก็ได้ครับ

   ผมขอขอบคุณ คุณsarawutsound มา ณ ที่นี้ อีกครั้งหนึ่งครับ

       จนกระทั่ง ขึ้นเดือนธันวาคม 2558 ผมพบกระทู้ นี้ครับ
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=55623.msg124440629#msg124440629
        หัวข้อ “ใช้ audio Interface ทำงาน แทน Digital Mixer ได้แค่ไหน”
        เพราะกระทู้นี้ หัวข้อ ผม มุ่งความสนใจใหม่ไปที่ Presonus AB1818VSL  แล้วถามความเห็นจากสมาชิกผู้เคยใช้รุ่นนี้ คือ คุณต้น (7 ธันวาคม 2558)
        ด้วยผมต้องการทราบว่า Presonus 18x18 ของท่านต่อสาย USBแล้วแยกไลน์eXtreme ได้ กี่ไลน์ 
        คุณต้นตอบให้ความรู้ว่า เห็นแค่ 8 ไลน์ ข้อดีของตัวนี้คือ สามารถใช้ไอแพดควบคุมได้ไร้สาย เหมือนมิกค์ ดิจิตอล ต่างจากอินเตอร์เฟสตัวอื่น แม้จะแยกไลน์ได้เยอะกว่า แต่ก็คุมได้แค่ที่คอม.. ไม่สามารถควบคุมไร้สายได้”

       ผมต้องขอขอบคุณ คุณต้น มา ณ ที่นี้ อีกครั้งหนึ่งครับ
       นี่ครับกระทู้มัดใจผม
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=55623.msg124440629#msg124440629

        ผมอ่านแล้ว ในที่สุด ผมก็ซื้อหา Presonus AB1818VSL


        ซาวด์ อินเทอร์เฟส รุ่น Presonus Audiobox1818VSL  ราคา 18,500. บาท ร้าน Muzic Craft กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558
 
        คุณครับ เรื่องราวของอุปกรณ์ ซาวด์ อินเทอร์เฟส ตัวนี้ของผมจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ
        สวัสดี
 :thank1:






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 17 กันยายน 2016, 06:40:41 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๓๘  ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี

เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน

       “ควรบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรีของตัวเองเก็บไว้บ้าง  นำมาดูภายหลัง เพลินดีนะ”  (ผมรำพึงกับตัวเองครับ)  เพราะวิดีโอถ่ายตัวผมตอนร้องเพลงหรือเล่นดนตรีมีน้อยมากครับ  วันนี้ ถามตัวเองว่า ถ่ายไปทำไม เอาไปประกวดใครเขารึ  ร้องเพลงก็ไม่เพราะ ไม่เป็น ไม่ได้อารมณ์  อายเขาเปล่าๆ สุดท้ายก็หยุดที่คำถามว่า เราเป็นนักร้อง นักดนตรีอาชีพรึไง   งั้น จบ ไม่ต้องถาม ไม่ต้องถ่าย 

        ที่ผมเขียนลงและตั้งชื่อตอนไว้ดังนี้ เพราะถึงเวลาของผมต้องทำแล้ว แม้จะรู้สึกว่าสายไปนิด แต่ก็ควรทำเพราะผมร้องเพลงเล่นกีต้าร์(ในบ้าน)อยู่เป็นประจำ  ถ้าไม่บันทึกภาพและเสียงไว้ดูแล้ว  ผมจะรู้ได้อย่างไรว่า ร้องดี เล่นได้  มีโอกาสเหมาะๆ ก็นำไปให้และขอความกรุณาจากคุณพี่หมอนพ สุพรรณช่วยเสนอแนะมาแก้ไขมา  เพลินดีนะครับ     

        ต่อไปนี้เป็นแนวคิดที่คน(อย่างผม)ชอบร้องเพลง เล่นกีต้าร์อยู่บ้าน แล้วใช้เพลงคาราโอเกะมาประกอบกิจกรรมครับ
        1. เมื่อเล่น(และร้องเพลง)กับโปรแกรมคาราโอเกะทุกครั้ง ควรถ่ายวิดีโอกิจกรรมนั้นไว้บ้าง ใครไม่มีกล้องถ่ายวิดีโอ ลงทุนอีกนิดครับ  ผมซื้อหามาไว้แล้วครับ เพราะได้เคยเรียนรู้วิธีใช้โปรแกรมบันทึกตัดต่อภาพและเสียง(วิดีโอ)มาบ้าง
        2. ผมพอมีพื้นฐานการใช้โปรแกรมตัดต่อบันทึกภาพและเสียง(วิดีโอ) เช่น Ulead Video Studio  , Nero Vision  ,Pinacle Studio ฯลฯแล้ว จะเก็บบันทึก(Save)วิดีโอกิจกรรมเล่นดนตรีและร้องเพลงคาราโอเกะของตัวเองไว้(เป็นFile Video)บ่อยๆ เพื่อดูพัฒนาการของตนเอง
        3. ผมเคยศึกษาเทคนิคการใช้และมีอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอที่มีคุณสมบัติรับInputสัญญาณเสียงเพลงดนตรีคาราโอเกะและสัญญาณไมโครโฟนและชิ้นดนตรีประกอบการร้องเพลงจากอุปกรณ์เสียงของระบบแล้ว
        4. ผมกำลังศึกษาและเลือกใช้อุปกรณ์ซาวด์การ์ดและมิกเซอร์ และโปรแกรมการบันทึกเสียงผ่านซาวด์การ์ดและมิกเซอร์ เพื่อใช้Input และOutPutร่วมกับอุปกรณ์บันทึกวิดีโอ (กล้องถ่ายวิดีโอ)
        5. ผมกำลังสืบค้นเทคนิคการบันทึกเสียงเพลงeXtreme Karaoke ในกระทู้ของเรา

        คุณสมาชิกที่เคารพรักครับ การศึกษาเรื่องราวที่ไม่เคยรู้มาก่อนย่อมใช้เวลามากเป็นธรรมดา คุณเคยได้ยินสำนวนไทยที่ว่า “ใกล้เกลือกินด่าง”ไหมครับ เปรียบเทียบกับคน(ผมเอง)ที่มีซาวด์การ์ด(ออนบอร์ด)ดีๆอยู่ที่โน้ตบุค กลับไม่ใช้ กระสือกกระสนหา เสาะแสวงหาตัวใหม่ ทั้งๆที่ซาวด์ออนบอร์ดก็ใช้บันทึกเสียงเพลงeXtremeได้โดยกดF10

        ที่สำคัญเพลงดนตรีคาราโอเกะที่เรามีผมก็เคยก็มองข้ามชั่วแว๊ปหนึ่ง  ไปหาโหลดไฟล์เพลงมาแล้วใช้โปรแกรมตัดเสียงนักร้องออก เซฟเอาดนตรีมา ดนตรีที่ได้ยังมีเสียงนักร้องติดอยู่นิดๆไม่เกลี้ยงเกลาสักนิด เพราะอยากรู้ว่าจะทำได้หรือ ทำไปเท่าไรก็สู้เสียงดนตรีสดจากเพลงeXtreme เราไม่ได้สักเพลง 

        สุดท้ายอยากได้เสียงดนตรีสดๆก็หนีไม่พ้นวิธีบันทึกเอาจาก กดF10

        การกด F10 เป็นวิธีบันทึกเสียงดนตรีeXtremeเบื้องต้นที่สุด  แต่ผมก็ยังมีปัญหาจนได้  เช่น
1.   บันทึกไม่ได้
2.   บันทึกแล้ว หาไฟล์เพลงที่บันทึกไม่เจอ
3.   บันทึกแล้ว เปิดไฟล์เพลงไม่ได้
4.   บันทึกแล้ว เปิดไฟล์เพลงได้ เสียงเบา เสียงซ่า ไม่เต็มเสียง
5.    ฯลฯ

        ผมก็ พิมพ์ “F10”  ในช่องค้นหา ในหมวด การแก้ปัญหา 

        โอ้โฮ กระทู้ขึ้นเต็มไปหมด หาคำตอบกันเลย สรุปสั้นๆครับ  บันทึกไม่ได้ เพราะลงไดรเวอร์ซาวการ์ดไม่ครบหรือผิดรุ่น ผิดค่าย IDT หรือ Realtek หามา พอไดรเวอร์ครบมีคำว่า Stereo Mix ขึ้นกับรูปอุกรณ์เสียงแล้ว  ยังบันทึกไม่ได้อีก ก็ต้องไปตั้งค่าการบันทึกที่eXtreme ให้เป็น Wave หรือ MP3 อีก  อ้าว หาไฟล์ที่บันทึกไม่พบ ตอบ ปรกติจะอยู่ในโฟลเดอร์ records ในโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง eXtreme แต่ก็มีบางเครื่อง ไปอยู่ที่ โฟลเดอร์ User …….. เพราะติดตั้งครั้งแรกกำหนดAdnin ผิดแบบ ต่อไป พบไฟล์ ได้ไฟล์มาเปิดแล้ว เปิดไม่ออกอีก ผิดรูปแบบอะไร  ก็ต้องกลับไปแก้ไขประเภทของไฟล์ที่การตั้งค่าบันทึก  สารพัดปัญหา   นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นการบันทึกเอย่างง่ายที่สุดแล้ว นะครับนี่

        ต่อไป บันทึกเพลงได้ ก็อยากบันทึกเสียงเราเองลงไปด้วย ก็ใช้วิธีเดิม(กดF10)ตามคุณขวัญแนะนำ แล้วพอดนตรีวิ่งมาถึงเนื้อเพลงก็ร้องใส่ไมโครโฟนชนิดที่เสียบพร้อมหูฟังไป จบก็ได้เพลงนักร้องเสียงทองมาเลย สนุกสนานครับ ก็มีกระทู้แนะนำวิธีการอยู่เหมือนกันครับ

        ต่อไป บันทึกเพลงที่มีเสียงเราร้องอยู่ ไม่พอใจ อยากเห็นทั้งรูปและเสียง เป็นวิดีโอคลิบ อ้าวก็หาวิธีกันอีก ผมยังทำไม่เป็นเลยครับ
วันนี้ คุณเปิ้ล บางใหญ่ ท่านทำวิดีโอคลิบบันทึกทั้งภาพและเสียงร้องเพลงสดๆจากโปรแกรม BandiCam ผมและสมาชิกอีกหลายคนก็อยากทำเป็นบ้าง กำลังรอความเมตตาจากท่าน คุณเปิ้ล  เขียนอธิบายมาให้เราได้ความรู้จากผู้ปฏิบัติจริง หวังว่าท่านคงกรุณาพวกเรา นะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

        การบันทึกเสียงและภาพร้องเพลงเล่นดนตรีสดๆประกอบดนตรีeXtreme ตอนที่ 2 ขอยุติไว้เพียงแค่นี้ก่อนครับ พบกันตอนต่อไปครับ

        สวัสดี
 :thank1:

ออฟไลน์ เปิ้ล บางใหญ่

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 3
  • *
  • กระทู้: 268
  • 4779E0E5 ได้จากตัวแทน: อู๊ด โคจร
ไว้มีโอกาสผมยินดีครับครู เดี๋ยวจะทำคลิปแนะนำการใช้โปรแกรมในการอัดทั้งภาพและเสียงจากคอม
จะได้เก็บไว้ดูเพื่อปรับปรุงการร้องการเล่นของเราให้ดีขึ้น ^__^


ผมคนอำเภอเถินเน้อครู คนลำปางเหมือนกั๋นน้อ  :84:  :95:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๓๙  ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี ตอน ๓

เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
   ตอนที่แล้ว กล่าวถึงการบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรีในส่วนที่เป็นการบันทึกเอาเฉพาะเสียงเพลงคาราโอเกะeXtreme(ดนตรีล้วนๆ)ครับ จากวิธีกดF10 วิธีเบื้องต้นก่อน ดนตรีล้วนๆที่ได้ เรานำไปทำอะไรได้บ้างครับ มากมายครับ

        สำหรับผมเอง ไม่มีอาชีพทางด้านเพลงและดนตรีโดยตรงก็ใช้ไฟล์เพลงที่ได้ ดังนี้ ครับ
   1. นำไปเปิดเป็นซาวด์ให้นักเรียนฝึกร้องเพลง ประกวดกิจกรรมในและต่างโรงเรียน เช่น วันภาษาไทยแห่งชาติ
   2.นำไปร้อง เล่นกีต้าร์ทับไลน์ เพื่อการพักผ่อนวันหยุดงาน
   3.เป็นTrackเสียงประกอบงานทำคลิบวิดีโอประกอบการสอนวิชา ภาษาไทย
            ฯลฯ

        ปัญหาการใช้ปุ่ม F10 บันทึกเสียงแล้วหาไฟล์ไม่เจอใน โฟลเดอร์ Records ทั้งๆที่เห็นสัญญาณแสงกระพริบนั้น พบว่าเกิดกับผู้ใช้มาก ที่จริงมีไฟล์เกิดขึ้นทุกครั้งที่เรากดF10 บันทึกเสียง ท่านผู้รู้อย่าง คุณอนันตชัย ให้คำตอบชัดเจน
        กระทู้นี้ครับ  “บันทึกเสียงร้องใน Extreme v3 อย่างไร?”  เชิญเปิดดูครับ
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=110021.msg124480033#msg124480033

        จะเห็นว่า มีไฟล์ตามที่เราทดลองบันทึกแต่ไม่เคยเห็นสักที เกิดขึ้นในโฟลเดอร์ลับนั้นมากมาย นับเป็นGiga เลย  นะครับ กินพื้นที่เก็บข้อมูลหมดไปไม่รู้ตัว 

ไฟล์ดนตรีeXtremeสามารถนำมาทำเพลงMP3 Karaoke
   ผมทราบว่า eXtremeของเราสามารถอ่านไฟล์เพลงคาราโอเกะที่เขียนให้อยู่ในแบบMP3ได้ โดยเฉพาะเพลงคาราโอเกะที่เป็นเสียงร้องของเราเอง จึงค้นคว้าหาความรู้มาทำ รายละเอียดผมเขียนลงแล้วในตอนที่ 23 – 24
   การบันทึกเสียงดนตรีคาราโอเกะและเสียงร้องของเราที่ดูจะเห็นเป็นรูปร่าง เส้นแถบสัญญาณการบันทึกออกมาให้เห็น ผมใช้โปรแกรม Adobe Audition ที่มีจำหน่ายแบบOEM ทั่วไป  สะดวกครับ เราสามารถSaveไฟล์เสียงนั้น ไปทำMP3Karaoke ได้ต่อไป ด้วยโปรแกรม LyrEdit

        ความจริง ผมใช้เวลาเล่นเพลงeXtremeเฉพาะในห้องในบ้านมากกว่าเล่นกลางแจ้งรับงานการต่างๆ  ถึงกระนั้นวิธีบันทึกเสียงดนตรี เสียงร้องเพลงที่ได้จากการใช้อุปกรณ์บนคอมพิวเตอร์และโปรแกรม Adobe Audition อย่างเดียวก็ยังไม่สะดวก ด้วยความจำกัดเรื่องการแยกบันทึกสัญญาณเสียงเพลงคาราโอเกะ หากระบบของเราไม่เสถียรพอ  ผมจึงคิดหาอุปกรณ์บันทึกเสียงนอกตัวคอมพิวเตอร์มาเสริม นั่นคือ Mixer  & Sound Card  รุ่น Presona Ab1818Vsl และที่วิเศษสุดของอุปกรณ์ตัวนี้ คือแถมโปรแกรมบันทึกเสียง Studio One อันลือลั่น มาให้ลงทะเบียนใช้ด้วยครับ
   
        ด้วยการผลิตจากที่เดียวกัน Studio One ทำหน้าที่เป็นเสมือน Mixer และ Sound Card  แทน Ab1818VSL ทั้งคุมสัญญาณดังค่อย ปิดเปิด AuxBus ดังนั้น ระหว่างเราบันทึกเสียงดนตรีเพลงeXtremeไป เราก็สามารถบันทึกเสียงร้องของเราเองลงไปพร้อมดูเส้นสัญญาณเสียงวิ่งแสดงให้ดูแบบสดๆ RealTimeมากถึง 8 Track ตาม Line In Put 8 Line ด้วย  แน่นอนย่อมชัดเจนกว่า แต่ต้องแลกมาด้วยเงินลงทุน

   กว่าจะใช้ Ab1818VSL ได้ ผมได้รับคำแนะนำจากสมาชิกรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญ หลายท่าน ครับ เช่น คุณนพ สุพรรณ  คุณขอชอลอ  คุณเด็กชายเคยโสด  ผมขอขอบพระคุณท่านทั้งสามเป็นเบื้องต้นมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

   จากวันที่ใช้ Ab1818VSL วันแรกที่ซื้อมา 11 ธันวาคม 2558 ถึงวันนี้ 16กันยายน 2559 นั่งลุกปลุกปล้ำกับมัน กว่าจะคุมบังเหียนมันได้  มือสมัครเล่นอย่างผมก็ดีถมเถไปแล้วครับ


   ตอนต่อไป ผมจะมาเล่าความพิสดาร(สำหรับผม)ของเจ้า Ab1818VSL ตั้งแต่สนตะพายมันมาเลยครับ
   ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
            สวัสดี
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
สัปดาห์นี้  ละอ่อนเตรียมสอบปลายภาค  เฮามาอ่านเล่นๆ AB1818VSL ครับ

ความรู้จาก คุณเด็กชายเคยโสด ก่อนเด้อครับ   :thank1:

http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=71866.25
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=71866.25

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 19 กันยายน 2016, 10:31:09 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
สัปดาห์นี้  ละอ่อนเตรียมสอบปลายภาค  เฮามาอ่านเล่นๆหาความรู้ไปก่อน สำหรับ AB1818VSL ครับ

คิวนี้เป็นของท่าน ยี่หร่า  ครับ   :thank1:
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=94681.msg1182674#msg1182674

ออฟไลน์ ryujung

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 4
  • *
  • กระทู้: 494
  • 5F66A460นิมิตใหม่
ชื่นชม และขอปรบมือให้คุณครูครับ... :thumbup: :flower:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :shocked:  :shocked:  :shocked:
สัปดาห์นี้  ละอ่อนเตรียมสอบปลายภาค 

ครูก็เตรียมข้อสอบ - เก็บคะแนน  บ่มีเวลาเขียน

เฮามาอ่านหาความรู้เล่นๆไปก่อน สำหรับ AB1818VSL ครับ

สมาชิกผู้เคยใช้และมีประสบการณ์กับอุปกรณ์ Audio Interface PerSonus B1818VSL
ไม่ได้เรียงตามปีที่ที่ใช้ก่อนหลัง (เท่าที่ผมค้นได้ครับ  ถ้าท่านใดชื่อตกหล่น ขอประทานอภัยด้วยครับ)  มีดังนี้
1. คุณขอชอลอ
2. คุณเด็กชายเคยโสด
3. คุณยี่หร่า
4. คุณสุภชัย
5. คุณวิชัยคนธรรพ์
6. คุณภูวดิษฐ์
7. คุณนพ สุพรรณ
8. คุณขลุ่ย
9. คุณมิตรแท้ทีม
10. คุณE20LUM
11. คุณต้น
12. คุณtoonmokkol
13. คุณครูบอล
14. คุณpolice nt
15. คุณรักสารคาม
16. คุณbr_sound
17. คุณsarawutsound
 ฯลฯ  ยังค้นไม่พบอีก

โพสต์นี้  ขอเสนอความรู้จากท่านผู้ใช้ คือ  คุณวิชัยคนธรรพ์
นำปรีไมค์ Behringer ADA-8000 มาต่อพ่วง กับAB1818VSL เชิญที่กระทู้นี้ ครับ
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=95057.msg1188348#top
 
 :95: :95:   :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :95:  :95:  :95:
สัปดาห์นี้  ละอ่อนเตรียมสอบปลายภาค 

ครูก็เตรียมข้อสอบ - เก็บคะแนน  บ่มีเวลาเขียน

เฮามาอ่านหาความรู้เล่นๆไปก่อน สำหรับ AB1818VSL ครับ

สมาชิกผู้เคยใช้และมีประสบการณ์กับอุปกรณ์ Audio Interface PerSonus B1818VSL

        คิวต่อไป เป็นความรู้ในกระทู้ของ คุณภูวดิษฐ์   :thank1:
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=93732.0

ใช้้ Behringer ADA 8200  ต่อพ่วง AB1818VSL  เช่นกัน



ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :95:  :95:  :95:
สัปดาห์นี้  ละอ่อนเตรียมสอบปลายภาค 

ครูก็เตรียมข้อสอบ - เก็บคะแนน  บ่มีเวลาเขียน

เฮามาอ่านหาความรู้เล่นๆไปก่อน สำหรับ AB1818VSL ครับ

สมาชิกผู้เคยใช้และมีประสบการณ์กับอุปกรณ์ Audio Interface PerSonus B1818VSL

        คิวต่อไป เป็นความรู้ในกระทู้ของ คุณต้น   :thank1:
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=93815.msg1170864#top

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๔๐  ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี ตอน ๔
เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
   ผมเคยปรารภกับคุณๆสมาชิกมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ ตอนแรกเกี่ยวกับเรื่องเสียงเพลงดนตรีที่เราฟังในชีวิตประจำวัน (ตอนที่ ๓๗) ว่า ผู้บันทึกเสียงเขาแบ่งเสียงดนตรีชิ้นหนึ่งให้ได้ยินทางหูซ้าย(ลำโพงซ้าย)บ้าง แบ่งเสียงดนตรีอีกชิ้นหนึ่งให้ได้ยินทางหูขวา(ลำโพงขวา)บ้าง ไม่ซ้ำด้านกัน เราฟังก็เพลินไป เหมือนมีนักดนตรีมานั่งเล่นจริงๆตรงหน้าเรา
   ไม่นับอุปกรณ์เล่นเสียงบางรุ่นที่แบ่งชิ้นดนตรีออกมาให้ได้ยินรอบตัวเราเลย ถ้าวางลำโพงเพิ่มอีก 2 ใบไว้หลังเรา เพิ่มอีก 2 ใบไว้ข้างเรา และเพิ่มอีก 2 ใบไว้ตรงกลางใกล้ๆเรา ทั้งหมดเราจะได้ลำโพงรวมเป็น 8 ใบรอบตัวเรา ตอนนี้ก็ฟังยิ่งเหมือนมีนักดนตรีมานั่งเล่นล้อมตัวเราไว้ทีเดียว
   ผมเคยได้รับคำแนะนำ ความรู้เรื่องการแยกสียงชิ้นดนตรีจากสมาชิกรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญว่า เราควรแยกชิ้นดนตรีบางชิ้นให้ได้ยินคนละด้าน(คนละหู)บ้างเพื่อให้ “เสียงมีมิติ” บางชิ้นไม่ควรแยกเพราะต้องการเสียงเด่นๆโดดๆออกมาโดยรวมก็คงไว้ 
        สมาชิกผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเขียนกระทู้แนะนำว่าชิ้นดนตรีที่ไม่ควรแยกซ้าย-ขวา คือ เสียงกระเดื่อง เสียงเบส เสียงสแนร์ ชิ้นดนตรีที่เหลือนอกนั้นควรแยกตามสมควร  ใครที่เคยเล่นผ่านซาวด์การ์ด 7.1 คงมีประสบการณ์มาแล้ว บางคนถึงกับซื้อหาเครื่องขยายเสียงและลำโพงมาเพิ่มอีกให้ครบ 8 ชุด ตั้งรายล้อมตัวเอง เอาให้รู้เรื่องไปเลยก็มี
   บางคนเล่นแยกไลน์ แยกลำโพงมากไป ปรับเสียงไม่คล่องไม่เก่ง ไม่ถูกใจว่างั้นเถอะ ก็กลับมาเล่นแบบStereo ซ้าย-ขวาแค่ 2 ไลน์ดีกว่า ก็มี
   นานาจิตตังครับ  จะเล่นอย่างไรให้สนุกก็เชิญตามสบายใจ สบายเงินซื้อหาอุปกรณ์มาเอง     
คำว่า “Stereo”  กับ “Mono” จึงต้องมาทบทวนกันครับ
   ตั้งแต่ผมเล่น(ฟัง)เครื่องเสียงใหม่ๆคือชอบฟังเพลง เครื่องเสียงดังๆไม่เข้มงวดกับคำว่าเรื่อง “Stereo” กับ “Mono” เพราะอุปกรณ์ที่มี เขาติดตั้งระบบเสียงให้เรียบร้อย และมักจะตั้งค่าคงที่เป็น Stereo รับสัญญาณวิทยุ FM. Stereo เต็มที่มีไฟแสดงให้เห็น ได้ยินเสียงแยกลำโพงซ้ายขวา ก็จบเรื่อง ไม่ต้องคิดมาก
ต่อมาเริ่มซื้อหาอุปกรณ์มาทำเพลงเอง เปิดเพลงเอง อันดับแรกก็คือ  “Mixer” (อุกปกรณ์อันเป็น “ศูนย์รวมแหล่งการจัดเสียง”) นำสายสัญญาณแยกไลน์จากซาวด์การ์ดมา ก็เสียบลงแต่ละแชนแนล แล้วก็Post Volumn Slide Fader ออกสู่ลำโพง ผมก็ฟังเรื่อยไป  ทำไม่รู้ ไม่ตระหนัก ไม่คิด  และไม่ใช้ด้วยซ้ำ มันคืออุปกรณ์สำคัญตัวหนึ่งบนมิกเซอร์ สำคัญมากครับ
        เมื่อเสียงที่เราแยกมาเข้าไดรเวอร์ซาวด์การ์ด สมมุติ เช่น เราแยกเสียงBrass-เครื่องเป่าใออกทางแชนแนลหน้าซ้าย(FL)  และแยกเสียงGuitar Distortion ให้ออกทางแชนแนลหน้าขวา (FR) พอนำสายสัญญาณคู่นี้มาลงLine In1 และ 2 .ใกล้ๆกัน(คู่กัน) บนมิกเซอร์ เสร็จก็ดันVolumn Slide เสียงออกมา ถูกต้องนะครับ  จบครับ
   ผมไม่เคยสนใจอุปกรณ์ปุ่มหมุนที่เขียนว่า  PAN (แพน ที่แปลว่า ส่ายไปมา ขวาบ้าง ซ้ายบ้าง)ใช้เลย  เห็นเหมือนกันครับ แต่ปรับไว้ตรงกลางอย่างนั้น ไม่แตะต้องเลย กลัวกิเลสเศร้าหมอง ดังกับยุงไม่ให้ไต่ รไม่ให้ตอม อย่างนั้น ....... สัญญาณที่เราจัดไว้ตอนต้นที่เป็น ซ้าย เป็นขวา พอมาผ่านแชนแนลที่มีให้แล้วไม่ Pan  ก็แปลว่า ต้องการให้ออกเหมือนกันทั้ง 2 แชนแนล ได้ยินเหมือนกันทั้ง 2 ลำโพง ตกลง มันคือ “Mono”  ใช่ไหมครับ

        มันไม่เป็น “Stereo” ตามที่เราต้องการตั้งแต่แรก
        แล้ว  ตัวอย่างที่โปรแกรม มีให้เลือกว่า
FL     FR     และ  FL+FR   มีความหมายอย่างไร   
   ผมเข้าใจ อย่างนี้ ถูกหรือไม่ถูก ขอคำแนะนำด้วยครับ
FL     หมายถึง  ตำแหน่งลำโพงคู่หน้า(F-Front) เป็นลำโพงซ้าย (L-Left)
      เวลาใช้งานต้อง Pan ไปทาง ซ้าย (L)
FR     หมายถึง  ตำแหน่งลำโพงคู่หน้า(F-Front) เป็นลำโพงขวา (R-Right)
      เวลาใช้งานต้อง Pan ไปทาง ขวา(R)
สัญญาณที่มาด้วยกัน ระหว่าง  FL กับ FR  2 ไลน์นี้ จะเป็น Stereo

FL+FR   หมายถึง ตำแหน่งลำโพงคู่หน้า(F-Front) เป็นลำโพงซ้าย (L-Left) และเป็นลำโพงขวา (R-Right)  เวลาใช้งานไม่ต้อง Pan (สัญญาณมา คู่กัน 2   เส้น คนละเสียง เป็น Stereo อยู่แล้วตามต้นเสียงที่แยกไว้ )
   เรื่องนี้ Mono Stereo ถกเถียงกันมากครับ เพราะละเอียดอ่อน เข้าใจยาก มีที่มาที่ไป ไม่เพียงแค่นี้นะครับ ลักษณะสีสันของ รูลำโพงก็มีความหมายครับ   
   ขอขอบคุณ คุณเจตน์ หมื่นจิตร ผู้ช่างสงสัยถามไว้ เมื่อ วันที่ 2 ตุลาคม 2557   หาความรู้    โปรดดูคำอธิบายจากสมาชิกผู้เชี่ยวชาญครับ ที่นี่ครับ
        ขอขอบคุณทานผู้เชี่ยวชาญ ตอบไว้ครับ หัวกระทู้ "สงสัยครับ"    ถามสั้นๆ
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=95321.0
   ผมว่า เรื่อง Stereo กับ Mono และการ Route เส้นทางสัญญาณเสียงเป็นเรื่องสำคัญก่อนเรื่องบันทึกเสียงครับ
   ขอขอบคุณสมาชิกผู้รอบรู้เรื่องเส้นทางเสียง แบบ Stereo  และ Mono จะมาเพิ่มเติมความรู้ให้อีกครับ
   ตอนนี้ อ่านกันสั้นๆก่อนครับ เด็กสอบปลายภาค ครูก็ยุ่งไปด้วย พบกันตอนต่อไปครับ
   สวัสดีครับ   :95:
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ชื่นชม และขอปรบมือให้คุณครูครับ... :thumbup: :flower:
:thank1:
ช่วยๆกันเก็บความรู้ครับ
 :95:   :95:   :95: 

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๔๑  ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี ตอน ๖
เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
   คุณที่เคยบันทึกเสียงคงเคยนำไฟล์เสียงมาเปิดในโปรแกรมบันทึก เช่น Adobe audition แล้วลงสังเกตเส้นเสียงที่นักทำเสียงเรียกว่าTrackcแล้วนะครับ (ผมเคยกล่าวและมีภาพประกอบในตอนที่24) หรือจะเป็นโปรแกรมอะไรที่คุณถนัดใช้ก็ได้ Trackเสียงจะเป็นแถบสี นักเล่นเครื่องบันทึกแบบดิจิตอลปัจจุบัน(ผมอ่านพบในเว็บฝรั่ง)ให้ความเห็นว่า ทันที่ที่สัญญาณเสียง(อนาล็อค)ผ่านเข้ามาจ่อๆที่โปรแกรมบันทึกเสียง พอคุณกดRecordeปั๊บ สัญญาณAnalogจะถูกเปลี่ยนเป็นDigitalแสดงในรูปแถบสีกวาดไปทางขวาตามTime lineทันที  ผิดกับสมัยก่อนที่บันทึกลงเทปมองไม่ออกว่าเสียงวิ่งไปอย่างไร ตาจ้องม้วนเทปอย่างเดียว
   Trackเสียง ภายในจะมีเส้นคลื่นสูงต่ำอยู่ ถ้าเห็นเป็นคลื่นเดียว แสดงว่าเสียงไม่ได้แยกซ้ายขวา เป็นโมโนเสียงเดียว  ถ้าเห็นเป็นคลื่นคู่กันสองคลื่น แสดงว่าเสียงแยกซ้ายขวา เป็นสเตอริโอ (สเตอริโอจริง สังเกตว่าคลื่นจะไม่เหมือนกัน หรือว่าสเตอริโอปลอม สังเกตคลื่นเหมือนกันเดี๊ยะ ) พิสูจน์ด้วยการฟังเอาครับ ใส่หูฟังเลยครับ แยกเป็นสเตอริโอจริงไหม
   โปรแกรมบันทึกเสียงที่ดี จะมีเครื่องมือควบคุมTrack เช่น Mixer ย่อย เป็นแถบแสงระดับสัญญาณขึ้นลง พร้อมSlide Faderเลื่อขึ้นลงปรับความดังเบา  มีPan ซ้ายขวาสำหรับบันทึกแบบสเตอริโอ และมีปุ่มMonitor กดฟังเสียงที่เข้ามารอการบันทึก มีในโปรแกรมระดับอาชีพ เช่น Cubase,  Studio One,  Pro Tools  ฯลฯ
   โปรแกรมบันทึกสียงจะทำงานประสานกันกับอุปกรณ์บันทึกเสียง ได้แก่ มิกเซอร์/ซาวด์การ์ดดิจิตอล ถ้าอุปกรณ์มีช่องรับเสียง Input มากหลายช่อง เช่น Presonus AB1818VSLที่ผมใช้อยู่ มีช่อง Analog Input  8 ช่อง รวมกับ ช่อง S/PDIF 2  ช่อง  +  ADAT  (เพิ่มอุปกรณ์ ไมค์ปรี) 8 ช่อง รวม 18 ช่อง โปรแกรมบันทึกเสียงที่แถมมาให้ลงทะเบียนใช้ คือ Studio One ก็มีpreset  ให้เลือกใช้ เช่น Multitrack Recorde ก็จะขึ้น Track แบบ Mono  มาให้พร้อมตั้งค่า Input / Outputมาให้เสร็จสรรพ 8 Track  พร้อมบันทึก
   สนุกตอนที่รัน Studio One ขึ้นมาแล้วเล่นเพลง eXtreme แยกไลน์ลงไปในมิกเซอร์ AB1818 ตั้งค่าเสียงแต่ละไลน์ไว้ (8 ไลน์) หรือจะฟังไป เล่นดนตรีทับไลน์ไป ร้องเพลงไปก็ได้ มันจะลิงค์สัญญาณไปแสดงที่ Track 8 Track ใน Studio One ซึ่งมี Mixer เล่นในนั้นอีกชุดหนึ่ง ประดุจดังจำลองตัว AB1818VSLไปใช้อย่างนั้นแหละ   ฉะนั้นระหว่างฟังดนตรีจากeXtreme คุณจะเล่นดนตรีทับไลน์ไหน เช่นกีต้าร์โซโล ก็เสียบสายกีต้าร์ลง Line Input หนึ่ง ก็หมุนปุ่ม Gain ไลน์บนAB1818VSLที่แยกเฉพาะเสียงกีต้าร์โซโลให้เบาลง เสียบสายกีต้าร์ที่Line Inหนึ่งเฉพาะกีต้าร์ จะร้องเพลงก็เสียบสายไมโครโฟนลงที่Line Inหนึ่งของไมโครโฟน จะบันทึกเสียงก็ทำได้โดยกดปุ่ม Recorde เสียงทั้งหมดก็จะถุกบันทึกลงพร้อมกันคนละTrack ทั้งเสียงร้องเพลงของคุณTrackหนึ่ง เสียงกีต้าร์โซโลที่Tracksหนึ่ง เสียงดนตรีอีก รวม 8 Track แบบ Real Time รวดเร็วและสะดวกมากครับ
   ด้วยPresonus AB1818VSL มีคุณสมบัติเป็นซาวด์การ์ดที่เป็นมิกเซอร์ด้วย มีAudio Interface  ส่งถ่ายข้อมูล เข้าออก เท่ากับ 18 Input/18Outputจึงบันทึกเสียงไลน์ดนตรี(หรือเสียงอุปกรณ์อะไรก็ตาม) ได้พร้อมๆกันอย่างน้อยแบบอนาล็อคถึง 8 Trackเสียง 

        ฉะนั้นถ้า มิกเซอร์หรือซาวด์การ์ดใดมีคุณสมบัติ Audio Interface  เท่ากับ 2 Input /2 Output ย่อมหมายถึง คุณสามารถบันทึกเสียงจากแหล่งต่างๆได้ พร้อมกัน 2 Track ถ้าต้องการบันทึกเสียงมากกว่า 2 Track คุณต้องบันทึกหลายครั้ง แล้วเอาเสียงที่บันทึกแต่ละครั้งมาวางซ้อนกัน

        มิกเซอร์หรือซาวด์การ์ดใดมีคุณสมบัติ Audio Interface  เท่ากับ 2 Input /2 Output    สะดวกตรงที่ บันทึกเสียงดนตรีeXtremeที่ Track1 และบันทึกเสียงร้องเพลงของคุณที่Track2 พร้อมๆกันได้

        ตอนต่อไป ผมจะเล่าคุณสมบัติของPresonus AB1818VSL กับโปรแกรมบันทึกเสียง Studio One อันน่าทึ่ง ครับ  ขอขอบคุณที่ติดตามครับ
        สวัสดี
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๔๒  ตอน การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๖)
เรียน  พี่ เพื่อนและน้องสมาชิก  ที่เคารพรักทุกท่าน
   ขอขอบพระคุณท่านผู้ดูแลระบบที่เมตตาให้ผมได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณสมาชิกรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญ(ดังรายนามที่ผมเขียนไว้ในตอนต่างๆ)ที่ได้เขียนแสดงความรู้และความคิดเห็นไว้ตามกระทู้ต่างๆจนผมได้รวบรวมนำมาเป็น “ความรู้” นำเสนอต่อไว้ในกระทู้นี้ ขอขอบพระคุณอีกครั้งครับ
   ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 จนถึงจะปลายๆปี2559แล้วนะครับ นานที่เดียวผมไม่ได้ซื้อหาอุปกรณ์เครื่องเสียงใดมาเสริมการเล่นเพลงeXtreme V.3 อีกเลย เพราะตลอดทั้งปี2558ผมระดมซื้อมากที่สุดในชีวิตแล้ว ได้ครบและพอแล้ว ปัจจุบันเล่นกับคอมพิวเตอร์เก่าๆ ใช้เครื่องขยายเสียง Sony Compoบ้านกับลำโพงของมัน แค่นี้ อุปกรณ์ที่ผมสะสมไว้นอกจากนี้ เก็บลงแรค ลงกล่องหมดครับ
   สงสัย ต่อไปคงเป็นของเก่าเก็บไว้ดูเล่นแน่ๆ
   
   ดังนั้นจึงมีแต่อุปกรณ์ตัวท้ายสุดที่ผมต้องค้นหาความรู้ที่ผู้เคยใช้ได้เขียนไว้  คือ ซาวด์การ์ดมิกเซอร์ ออดิโอ อินเทอร์เฟส  รุ่น Presonus Audiobox1818vsl   
    
   ความรู้เบื้องต้น ดูที่รหัสตัวเลขก่อนครับ 
        เลขสี่หลัก 1818 หมายถึง จำนวนช่องเสียงที่รับเข้าและส่งออกจากอุปกรณ์ตัวนี้ แบ่งเป็นเลข 2 กลุ่ม กลุ่มละ 2 หลัก ในที่นี้ กลุ่มแรก คือ จำนวนช่องเสียงที่รับเข้า 18 ช่อง  กลุ่มสอง คือ จำนวนช่องเสียงที่ส่งออก 18 ช่อง เขียนรวมกันเป็น 1818    (มีรุ่นอื่น เขียน 18i8  มีตัวiเล็กคั่นอยู่ หมายถึง In  ส่วนตัวเลข 18i ก็หมายถึง  จำนวนช่องเสียงที่รับเข้า 18 ช่อง จำนวนช่องเสียงที่ส่งออก 8 ช่อง  บางค่ายเขียนเครื่องหมายคูณ(X)คั่นก็มี เช่น 18X18 )

        ส่วนตัวVSL ย่อมาจาก Virtual Studio Live(VSL) Virtual=การจำลอง.  Studio=ห้องทำงานเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์, Live=จริง.สดๆ
        ที่จริง คำย่อ VSL มาจากโปรแกรมบันทึกเสียง Virtual Studio Live และ Studio One  Artist ที่แถมมาให้ใช้กับอุปกรณ์ AB1818  และรุ่นคล้ายกัน เช่น AB22VSL  AB66VSL ก็แถมมาให้ใช้ได้ตามที่ระบุไว้กับชื่อรุ่น
       
        ต่อไปนี้ผมขอเรียกอุปกรณ์นี้ว่า AB1818VSL ก็แล้วกัน

        เมื่อติดตั้งโปรแกรมไดรเวอร์แล้ว AB1818VSL จะปรากฏ 2 ประการ คือ
1.   เป็นเสียง(Sound)ของระบบ มีในแถบ Playback Devices มี 5 ตัว คือ
Line Out1/2       Line Out3/4      Line Out5/6   Line Out7/8    และ SPDIF Out 
        ในแถบ Recording Devices มี 5 ตัว เช่นกัน คือ
Iine In1/2      Line In3/4      Line In5/6     Line In7/8    และ SPDIF In 
2.   เป็น Control Panel หน้าต่างโปรแกรม มิกเซอร์ มีpathต่างๆ เช่น ส่วน       
       Line In  = 8
       SPDIF In L/R
       ADAT  = 8
        รวม Line In   = 18 
      และมีแผงควบคุม DAW อยู่  8  แผง
   DAW 1/2    รับจาก   Line Out 1/2   (eXtreme สั่งออกลำโพงได้ที่นี่)
   DAW 3/4    รับจาก   Line Out 3/4  (eXtreme สั่งออกลำโพงได้ที่นี่)
   DAW 5/6    รับจาก   Line Out 5/6  (eXtreme สั่งออกลำโพงได้ที่นี่)
   DAW 7/8    รับจาก   Line Out 7/8  (eXtreme สั่งออกลำโพงได้ที่นี่)
eXtreme อาศัยลำโพงของAB1818VSL 4 คู่ ( 4คู่-สเตอริโอ) แยกไลน์ออกมา 8 ไลน์ โมโน ไปอยู่ในแผงคอนโทรล DAW1-8


        ส่วนที่เป็น Line Out ของAB1818VSL(อยู่ด้านหลังเครื่อง)ได้แก่
1. Line out  (อนาล็อค) ชนิด TR 8 รู (4 คู่  1-2,  3-4,  5-6, 7-8 )
2. Main Out (L/R)      ชนิด TR 2  รู
        ส่วนที่เป็น Default Line Out (ช่องเสียงออกของระบบ) อยู่ด้านหลังเครื่อง)ได้แก่ ทาง Monitor Out L/R คือ . Line out คู่ 1-2  (ตรงนี้สำคัญกับการบันทึกเสียงลงTreck ในโปรแกรม Studio one ครับ)

        เวลาเล่นeXtreme ผ่าน DAWเพื่อออกมาให้ได้ยิน  เจ้าAB1818VSL จะวางเส้นทาง Router ไว้ให้เราใช้หลายทาง  คือ
1. ออกทาง Main Out L/R   ชนิด TR 2  รู 
2. ออกทาง Monitor Out L/R ชนิด TR 2 รู(ทางเดียวกันกับค่าคงที่ คือ Line Out 1-2)
3. ออกทาง Line out ชนิด TR 8 รู (4 คู่  1-2,  3-4,  5-6, 7-8 )

       AB1818VSL ทำหน้าที่  2 อย่างหลักๆ  คือ
1.   เป็นซาวด์การ์ดและมิกเซอร์  คือค่าคงที่พอเราเรียกโปรแกรมขึ้น มันจะเป็นมิกเซอร์ทำหน้าที่ผสมเสียงที่เข้ามา แล้วดันให้ไหลไปให้โปรแกรมบันทึกเสียงอัดเสียง ดันไปให้เครื่องบันทึกภาพและเสียงอัดวิดีโอ และ ฯลฯ
2.   เป็นซาวด์การ์ดอย่างเดียว  สั่งได้โดยปิดสัญญาณ VSL ตรงปุ่มเรื่องหลังคำว่า VSL บนแผงคอนโทรลพาเนล เมื่อเป็นซาวด์การ์ดอย่างเดียว คุณสมบัติของมิกเซอร์ก็หมดไปด้วย เหลือไว้แต่คุณสมบัติของซาวด์การ์ด 8 ไลน์ คือสามารถแยกเสียงให้ออกมามาทาง Line out 8 ช่องรู TR 1-8 หลังเครื่องได้โดยเราสั่งในโปรแกรมDAWอย่างextreme เป็นต้น  ขณะเดียวกัน เฉพาะรูที่ 1/2 จะออกมาเหมือนกันกับ Main Out L/R

       เราใช้งานกับAB1818VSL ราคาเกือบสองหมื่น คงไม่ใช้เป็นซาวด์การ์ดอย่างเดียวแน่นอน  ต้องใช้มันเป็นมิกเซอร์ด้วยจึงจะคุ้ม

       ลำพังเราใช้eXtreme route เสียงดนตรีออกมาตามลำโพงLine out 8 ตัว ลงไปที่ DAW 8 ตัว แล้วดันVolumn Slide ของ Channel DAW ที่อยู่ในControl Panel สังเกตแถบเรีองแสงแสดงความแรงของสัญญาณ ดันVolumn Slide ของ Channel Main Out เสียงจะไหลออกมาแค่ 2 ที่ คือ ที่ Main Out และ ก้อปปี้ไปออกที่ Line Out คงที่ (Monitor – Line out 1 /2)
   เพียงแค่เราก็เล่นeXtreme ผ่าน AB1818VSLแบบแยก 8 ไลน์ ได้แล้ว

        ผมแยกเอาเสียงโซโลกีต้าร์ไว้ไลน์สุดท้าย พอถึงเสียงมันก็ใช้เม้าท์ลาก Volumn Slide Channel กีต้าร์โซโลลง เล่นกีต้าร์เข้าไปแทน สนุกจริง

        แต่ ยังมีเรื่องต้องให้เจ้าAB1818VSLทำให้เราเล่นอีก  ไม่ต้องใช้เม้าท์ลากๆ คลิกๆบนจอคอมพ์ เอามันลงมาอยู่ที่ปุ่มหมุนบนตัวเครื่องAB1818VSLดีกว่า

        และอะไรๆก็มาอยู่ที่ปุ่มหมุนบนตัวเครื่องแทบทุกอย่าง   โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
        ขอขอบคุณที่ติดตามครับ  :95:

        สวัสดี
 :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 28 กันยายน 2016, 10:42:13 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๔๓ เรื่อง การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอนที่ ๗)
เรียน  พี่ เพื่อน และน้องสมาชิก ที่เคารพรักทุกท่าน


   ซาวด์การ์ดที่มีลักษณะเป็น Audio Interface อย่างAB1818VSL สามารถเป็นทั้งมิกเซอร์ดิจิตอลด้วย  ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ฉะนั้นเขาจึงจำลองตัวอุปกรณ์มิกเซอร์จากที่เราเห็นเป็นแท่นๆ แผงๆ มีปุ่มหมุน ปุ่มกด ก้านลากอะไรต่อมิอะไระให้ไปอยู่ในจอคอมพิวเตอร์แทนทั้งหมด ส่วนตัวอุปกรณ์เองจะคงไว้เฉพาะที่จำเป็น ได้แก่ ช่องรับ InPut/Output ช่องเสียบหูฟัง(Head Phones) ปุ่มหมุนเร่งสัญญาณ(Gain) และดวงไฟแสดงสัญญาณต่างๆ  นอกนั้นได้แก่ ก้านรูดFader Volume Slide, Return Slide, Aux Out Slide,   ก้านPan, ปุ่มAux,  Effect(FX)ต่างๆจะถูกออกแบบเป็นภาพกราฟิกคอมพิวเตอร์ใช้เมาส์คลิกลากเอาแทนมือทำกับมิกเซอร์อนาล็อคทั่วไป
       คนทำเสียงปัจจุบันต้องฝึกใช้ให้คล่องครับ จำเป็นครับ
แทรกรูปประกอบ


   โปรดสังเกตรูปแผงคอนโซลของAB1818VSL ขออธิบายคร่าวๆครับ
   เริ่มจากกรอบหน้าต่างโปรแกรมนะครับ
        1.ปุ่มปิด/เปิดสถานะมิกเซอร์VSL เป็นรูปสัญลักษณ์ปุ่มกดเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า เรืองแสงอยู่หลังคำว่า Audiobox1818VSL ถ้าเรืองแสงแสดงว่ากำลังใช้งานเป็นมิกเซอร์ด้วย  ถ้ากดมันปิดแสง จะอยู่ในสถานะซาวด์การ์ดอย่างเดียว (ทำอะไรได้-ผมอธิบายแล้ว)
        2.ปุ่มชุดคำสั่ง Overview, Fat Channel, Setup
        -Overview เป็นการดูสภาพการใช้งานปัจจุบัน
        -Fat Channel เป็นการจัดคุณลักษณะพิเศษให้แชนแนล เพียงกดSelectแชนแนลที่ต้องการก็สามารถจัดการ เช่น อีคิว. คอมเพรสเซอร์. เอฟเฟค  ได้
        -Setup  เป็นการตั้งค่าการต่อเพิ่มปรีไมค์ บัฟเฟอร์ เรท ความถี่เสียง
       3.ปุ่มชุดคำสั่ง Adat, Daw, Outputs ถ้ากดใช้จะเป็นการเปิดแชนแนล
        - Adat  หมายถึงช่อง input 8 ช่อง ใช้ได้เมื่อต่อกับปรีไมค์ทางช่องADAT in/out –ด้วยสาย Toslink หรือสายใยแก้วนำแสง หรือสาย Optical Fiber ไฟเบอร์ออฟติก – เรียกได้หลายชื่อจริง   
        - Daw เป็นการเปิดช่องแชนแนลจากการRouteเสียงดนตรีeXtremeมาลงOutput1-8  (จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญของเรา)
        - Outputs เป็นการเปิดกรอบให้เห็นแชนแนล AuxOut3/4 AuxOut5/6  AuxOut7/8 และ MainOutL/R
   
แต่ละแชนแนลอินพุท จะมีปุ่มประจำ ได้แก่
        1. ปุ่ม Select
        2. ปุ่ม AuxOut เป็นแถบยาวๆ ถ้าคลิกลาก หมายถึงส่งAuxออกไป จะมีสีเทา ส่งมากน้อยตามความยาวของแถบ เอาเม้าส์ไปวางจะปรากฏชื่อ ได้แก่ AuxOut 3/4  AuxOut 5/6  AuxOut 7/8  แต่ละแชนแนลทำAuxOutไหนก็จะไปออกที่ Line Out นั้น
            เช่น  ที่ แชนแนล DAW3  ทำAuxOut7 ก็จะไหลไปออกรูLine Outที่7(หลังเครื่อง)
                   ที่ แชนแนล DAW4  ทำAuxOut5 ก็จะไหลไปออกรูLine Outที่5(หลังเครื่อง)     
        3. ปุ่มแถบ PanAuxOut   AuxจะมีแถบPanอยู่ข้างล่างมีเส้นแบ่งกลางถ้าว่างไม่มีสี หมายถึงไม่Pan ถ้าPanซ้ายจะเป็นสีเหลือง ถ้าPanขวาจะเป็นสีเขียว เฉพาะ AuxOut 7/8 ทำพิเศษอีกให้มีทางไหลไปออกที่ช่องหูฟัง (Head Phones)ด้านหน้าเครื่องด้วย 
        4. ปุ่มแถบเอฟเฟค FXA  FXB   มีคำว่า A เป็นแถบบน  มีคำว่า B เป็นแถบล่าง จะใช้งานก็คลิกลากเม้าส์     
        5. ก้านPanซ้ายขวาของแชนแนล มีผลทางMainOutL/R 
        6. ปุ่ม SOLO หมายถึง เปิดเสียงแชนแนลนั้นอย่างเดียว       
        7. ปุ่ม Mute หมายถึง ปิดเสียงแชนแนลนั้น       
        8. แถบแสงแสดงสัญญาณความแรงของเสียง ข้างหน้า Slide ของแชนแนล
        9. แถบ Slide Fader เพื่อดันสัญญาณใหไหลไปออก MainOut  (และก็อปปี้ไปออกที่ Line Out1/2(Monitor))

ข้อสังเกตการใช้AuxOut
        AuxOut แต่ละแชนแนลสามารถPanซ้ายหรือขวาได้ โดยโปรกแรมจะจัดแชนแนลให้เป็นคู่ (1-2, 3-4, 5-6, 7-8)ให้เป็นสเตอริโอ(แชนแนล 1,3,5,7 Pan ซ้าย  แชนแนล 2,4,6,8 Pan ขวา ) โดยกดที่ปุ่มLink(รูปโซ่ระหว่างแชแนล)
        ในที่นี้รูปประกอบ จงสังเกต In3-In4, In5-In6,  DAW1-DAW2, DAW3-DAW4,  DAW5-DAW6   ถูกสั่งให้เป็นไลน์สเตอริโอแยกซ้ายขวา
   ตัวอย่าง การใช้ AuxOut
   ตัวอย่าง  ที่แชนแนล In2 มีการสั่งไว้ดังนี้
        1.ถูกSelect เพื่อใช้ FatChannel
        2.ถูกทำAuxOut3และPanซ้ายไปออกที่ช่องOutLine3(รูที่3-หลังเครื่อง)
        3.ถูกทำAuxOut5และไม่Panไปออกที่ช่องOutLine5(รูที่5-หลังเครื่อง)
        4.ถูกทำAuxOut7และPanขวาไปออกที่ช่องOutLine7(รูที่7-หลังเครื่อง)
        5.ตัวมันเองไม่Pan ไม่ถูกลิงค์ให้เป็นสเตอริโอกับไลน์คู่มัน โดยถูกสั่งให้ไหลออกทางMainOutเหมือนกันทั้งซ้ายและขวา (สัญญาณเส้นนี้เป็นMoNo)
       
ตัวอย่างที่ DAW1-DAW2 ถูกสั่งไว้ดังนี้
        1.ทั้ง2ไลน์ถูกกดลิงค์ให้แยกซ้ายและขวา(เป็นสเตอริโอ-คนละเสียงดนตรีด้วย) รวมทั้งแยกซ้ายขวาที่AuxOutทั้งหมดไว้ด้วย (ซ้าย-สีเหลือง  ขวา-สีเขียว)
        2.ทั้ง2ไลน์ไม่ถูกกดSelect เพื่อทำFatChannel
        3.ทั้ง2ไลน์ถูกทำAuxOut7/8แยกซ้ายขวา โดยทางซ้ายไปออกที่ช่องOutLine7(รูที่7-หลังเครื่อง) โดยทางขวาไปออกที่ช่องOutLine8(รูที่8-หลังเครื่อง)
        4. ทั้ง2ไลน์ถูกไหลไปออกที่MainOut  โดยDAW1-ไปออกลำโพงซ้าย  DAW2-ไปออกลำโพงขวา (เสียงของคู่นี้เป็น Stereo)

หมายเหตุ แต่ละแชนแนลทำAuxOutใดๆไว้ จะต้องดันSlide Fader สัญญาณที่แชนแนลAuxOutนั้นๆด้วย ดังรูปภาพที่ประกอบ
   
        ข้อสังเกตการทำAuxOut  Channelใดทำลิงค์คู่สเตอริโอ เวลาทำAuxจะได้เป็นAuxคู่นั้น เช่น Channel DAW3/4  จะทำAuxOut3 DAW4ก็จะได้AuxOut4ด้วย   หรือจะทำAuxOut7 DAW4 ก็จะได้ AuxOut8 เป็นคู่กันอย่างนี้เสมอ
   ถ้าหากต้องการแยกAuxOut ไม่ให้เหมือนคู่กันก็ต้องยกเลือกการทำลิงค์คู่สเตอริโอ

และขอย้ำเพื่อความแม่นยำอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากโปรแกรมใช้คำคลาดไปนิดหนึ่ง คือ 
       1.ทำAux3 มีผลไปออกที่ Out3 (รูที่ 3 หลังเครื่อง)       
       2.ทำAux4 ต้องทำลิงค์กับ 3 มีผลไปออกที่ Out4 (รูที่ 4 หลังเครื่อง)
       3.ทำAux5 มีผลไปออกที่ Out5 (รูที่ 5 หลังเครื่อง)
       4.ทำAux6 ต้องทำลิงค์กับ 5 มีผลไปออกที่ Out6 (รูที่ 6 หลังเครื่อง)
       5.ทำAux7 มีผลไปออกที่ Out7 (รูที่ 7 หลังเครื่อง)
       6.ทำAux8 ต้องทำลิงค์กับ 7 มีผลไปออกที่ Out8 (รูที่ 8 หลังเครื่อง)
       
คำถามชวนคิด  ทำไมไม่มี AuxOut 1/2  (มีเฉลยตอนท้ายครับ)   รู้แต่ว่า Out1/2 คือตัวปัญหาการบันทึกTrackใน Studio One

        ส่วน Effect (FX)มี2ชุดให้เลือก คือ A และ B หากต้องการใช้ก็กดปุ่ม FXA  หรือ FAB ตรงกับแชนแนลOut3/4  Out5/6  Out7/8(Phone7/8) และ MainOut ที่เราต้องการ พร้อมทั้งดันSlide FX Returของแชนแนลดันขึ้นมาด้วย

        ส่วนที่แชนแนลLine Inปรกติ ก็คลิกกดลากดำทำที่แถบ A และB ด้วยเช่นกัน

        รูปประกอบนี้ มีIn1 ใช้FXA และFxB

หมายเหตุ  การทำAux AuxPan และ FX ใช้เม้าส์ลากดำครับ
   
        สุดท้ายของคำอธิบายช่วงนี้ คือ หากต้องการใช้ปุ่มGainบนเครื่อง ก็เพียงแต่เราวนสัญญาณจากรูOutหลังเครื่องมาจั้มลงที่รูInหน้าเครื่อง ลงช่องไหน ก็เร่งGainของช่องนั้น เป็นตัวอย่างเดียวก่อนนะครับ
   เทคนิค วิธีการอื่นๆยังเหลืออีก  พบกันตอนต่อไปนะครับ 
        สวัสดี  :thank1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 28 กันยายน 2016, 23:00:42 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :95:
พักสมองสักนิด  ติดตามเพื่อนสมาชิกที่ใช้ AB1818VSL

กระทู้นี้ เจ้าของ"กำลังใช้AB1818VSL"เหมือนกันครับ   "คุณรักสารคาม" ครับ    ม่วน บ่อ....
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=101707.msg124412192#msg124412192
 :95:  :95:  :95:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :95:
พักสมองสักนิด  ติดตามเพื่อนสมาชิกที่ใช้ AB1818VSL

กระทู้นี้ เจ้าของ"ใช้AB1818VSL"โดยควบคุมระยะไกล ผ่านอุปกรณ์มือถือ"มาก่อน เหมือนกันครับ   "คุณtoonmokkul" ครับ   
สะรูลว์ คลัง......(ภาษาแขมร์ - แปลว่า สนุกมาก...)
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=79898.msg1004450#msg1004450
 :95:  :95:  :95:

ออฟไลน์ พี่เณร

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 964
  • ย่าเหล=6E8F19F7กุ้ง=71296D12
ขอบคุณครับ.... :30: :cool:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1602
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ขอบคุณครับ.... :30: :cool:
:95:
ทั้งหมดทั้งปวง   ........AB1818VSL  ..อยู่ที่ผู้ทรงความรู้และประสบการณ์..หนึ่งเดียวในยุคนี้

...............คุณพี่หมอนพ  สุพรรณ ครับ
 :thank1: