ผู้เขียน หัวข้อ: ชอบร้องเพลง เล่นกีต้าร์ จึงมาอยู่นี่ เห็นรุ่นพี่เขียนไว้ จึงได้มาเป้น"ความรู้"  (อ่าน 71383 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เสี่ยงจี่ยังคงอยู่  เพิ่มเติมด้วยเสียงซ้อนเหมือนทำคอรัสในช่วงพูด  ถือว่าปัญหาเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่รับปัญหาใหม่เข้ามา  คลิปนี้ไม่ให้ผ่านครับ  :95:
ครับ  FX ในStudio Oneเองครับ  ปรับค่อนข้างยาก ขอบคุณครูมานพครับ
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เสี่ยงจี่ยังคงอยู่  เพิ่มเติมด้วยเสียงซ้อนเหมือนทำคอรัสในช่วงพูด  ถือว่าปัญหาเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่รับปัญหาใหม่เข้ามา  คลิปนี้ไม่ให้ผ่านครับ  :95:
คลิบนี้ มีจุดประสงค์หลักคือ นำเสนอวิธีนำสัญญาณeXtremeผ่านมิกซ์AB1818vslมาใช้เล่นDAW Studio One ครับ  :30:

ส่วนคุณภาพของเสียง อาจต้องมีการปรับปรุง ขอขอบคุณครูพี่หมอนพที่สะท้อนมาครับ  :thank1:
 :30:  :30:  :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 13 กันยายน 2017, 05:50:47 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๖๖ เรื่อง การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๓๐)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน

   วันนี้ มิกเซอร์ ไม่ใช่เครื่องรวมเสียงอย่างเดียวแล้ว ครับ         
        ขอสวัสดีสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านอีกครั้งครับ  ขอขอบคุณท่านหัวหน้าผู้ดูแลระบบที่กรุณาให้ผมเขียนบันทึกความรู้ความเข้าใจต่อมาถึงตอนนี้ หากมีเนื้อหาตอนใดผิดหลักวิชาการหรือผิดระเบียบข้อบังคับการนำเสนอหรืออื่นๆประการใดๆโปรดแจ้งเตือนผมด้วยครับ
   เนื้อหาที่ผมนำมาพูดคุยเล่าสู่ท่านทั้งหลายยังวนเวียนอยู่ที่เรื่องบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรีไม่มีหมดครับ โดยเฉพาะผู้สนใจที่ใช้อุปกรณ์เครื่องเสียง ชิ้นดนตรีและโปรแกรมเล่น ร้อง และทำเพลงผ่านคอมพิวเตอร์ ในบ้านเป็นงานอดิเรกอย่างผม
   เป็นธรรมดาเครื่องเสียงในบ้าน ฟังในสถานที่จำกัดมีคนร่วมกิจกรรมเพียงไม่กี่คน จำนวนอุปกรณ์ย่อมต้องมีปริมาณน้อยตามไปด้วย
   ถ้าท่านเป็นผู้ติดตามอ่านบทความของผมมาตลอดจะรู้ทันทีว่า เมื่อช่วงเดือนกันยายนปีกลาย(พ.ศ.๒๕๕๙) วันเดือนเดียวกับบทความตอนนี้ ผมยังปลุกปล้ำกับคุณสมบัติ การทำงานของดิจิทัลมิกเซอร์ Presonus Audiobox1818vsl ลองถูกลองผิดอยู่กับมันชนิดกัดไม่ปล่อยเลย ขณะเดียวกันท่านสมาชิกที่มีมันใช้อยู่ก็ประกาศขายกันหลายคน ผมยังคงติดตามกระทู้ที่กล่าวถึงมันหลายกระทู้ เก็บรายละเอียดคุณสมบัติมาประติดประต่อกัน  แต่ค่อนข้างไม่มากนัก 
   หลายท่านคงสงสัยว่าเหตุใดผมยังยึดครองมันอยู่ไม่เห็นประกาศขายไปบ้าง
   คำตอบมีครับ เพราะผมยังรู้สึกว่า ยังเรียนรู้มันไม่หมด ท่านที่ขายมันไปคงเรียนรู้หมดแล้ว เสียดายบางท่านไม่ได้เก็บคุณสมบัติและประสบการณ์ที่ท่านได้มาเขียนไว้เป็นเรื่องราวให้อนุชนรุ่นใหม่ได้อ่านกัน
   จนกระทั่งต้นเดือนกรกฎาคม สองเดือนที่แล้วปีนี้ ผมซื้อดิจิทัลมิกเซอร์ รุ่น Behringer X18(ตัวนอน)มาใช้ เหมือนที่ผมวิเคราะห์ไว้ตอนก่อนนี้ X18 ใช้ง่ายและรวดเร็วกว่า AB1818vslในเรื่องเดียวกัน  ผมไม่เก่งเรื่องมิกเซอร์  เพราะสนใจ ไม่ได้เรียนมาทางนี้โดยตรง
   รู้แต่ว่า ยังอยากศึกษามันต่อ มาเข้าใจชัดถึงสาเหตุความงุนงง ก็เมื่อมาเรียนรู้เรื่องการบันทึกเสียงจากมิกเซอร์ ตอนที่ใช้โปรแกรมประเภทนำเสนอแบบบันทึกภาพและเสียงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นี่เอง
   หวนถึงมิกซ์ดิจิทัลในตำนานตัวแรกผมทันที AB1818vsl สำคัญที่สุดเขามอบโปรแกรมลิขสิทธิ์ Studio Oneแถมมาให้อีกด้วย
   ตอนนี้ถ้าจะไม่เล่าคุณสมบัติที่เหลืออยู่ของAB1818vslที่ผมเพิ่งรู้ (แต่เป็นเรื่องรู้นานแล้วของผู้เชี่ยวชาญ)ที่ผมไม่เคยพบ  ว่ามีใครเขียนเล่าไว้ในกระทู้ใดที่กล่าวถึงAB1818vsl ผมคงนอนไม่หลับ
   ท่านสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านครับ ท่านให้ความหมายคำว่า มิกเซอร์(อุปกรณ์เครื่องเสียง)ได้ไหมครับ  แน่นอน แทบทุกท่านตอบเป็นเสียงเดียวกัน มิกเซอร์ มีความหมายตรงตามคำศัพท์  mix แปลว่า รวม มิกเซอร์ (Mixer)จึงแปลว่า ตัวรวม  ในที่นี้คือ เครื่องรวมเสียง แล้วนำไปออกเป็นเสียงเดียวทางลำโพง
   ถูกต้องครับ นั่นเป็นความเข้าใจและจุดประสงค์หลักพื้นฐานของ มิกเซอร์
   วันนี้ มิกเซอร์โตขึ้นมากแล้วครับ ถึงจะมาอยู่ในห้องเล็กๆ เป็นเครื่องเล่นเฉพาะตน ในงานอดิเรก
   Mixer วันนี้ หมายถึง เครื่องแยกเสียงไปเสียแล้วครับ         
    ในสมัยเราเริ่มหัดเล่นเครื่องเสียงใหม่ เครื่องเสียงส่วนใหญ่จะถูกประดิษฐ์มาแบบรวมๆ คือมีส่วนเล่นแหล่งกำเนิดเสียงเช่น เครื่องรับวิทยุ เครื่องเล่นแผ่นซีดีเพลงหรือภาพยนตร์ เครื่องเล่นและบันทึกเทป เราเลือกเล่นอะไรก็จะออกมาทางจุดต่อลำโพงจุดเดียว มีปุ่มหรืออุปกรณ์เร่งความดัง ปุ่มปรับนี่แต่งนั่นอยู่ที่ตัวเครื่องเดียวกัน    เราจึงเข้าใจอ๋อนั่นเป็นทั้งมิกเซอร์ด้วยแน่นอน  มิกซ์คือรวมเสียง จำ จำ จำ
   พอมีความชำนาญมาหน่อยก็คิดเล่นแบบแยกส่วน ซื้อหาเฉพาะที่เขาเรียกว่า มิกเซอร์มาใช้บ้าง เริ่มๆก็เล่นตัวเล็กๆที่มีช่องเสียบ(Input นั่นแหละ) 2 3 4 รู ขอให้มีมากๆ เพราะคิดจะรวมเสียงจากแหล่งอื่นๆ มีปุ่มหมุนเร่ง ปรับแต่ง ทุ้มแหลม อะไรๆ แล้วสุดท้ายก็มีช่องเสียบรับเสียงออกจากมัน2ช่องเด่นๆ(Main Outนั่นแหละ)  คือมีช่องเสียบเข้าหลายช่อง มีช่องเสียบออก 1ที่(2ช่อง ซ้าย-ขวา)  จบ เป็นอันใช้ได้ จบเข้าใจแล้วคำว่า มิกเซอร์
   พอวันนี้ มิกเซอร์มีช่องขาออกหลังเครื่องเป็นอย่างไรครับ มีมากกว่า 2ช่องหลักเสียแล้วครับ คือเริ่มตั้งแต่ ช่องหูฟัง(Phone) มี Aux Out,  Sub Out, Direct Out, Matrix Out, Rec.Out, St.(สเตอริโอ เอาท์), Control Room, และอื่นๆอีกกล่าวไม่หมดครับ
   คนธรรมดาๆ เล่นเครื่องเสียงในบ้านจะใช้ช่องออกเหล่านี้ด้านหลังมิกเซอร์หมดไหมครับ  จะใช้หรือไม่ใช้ วันนี้เราจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงสาเหตุที่เขาสร้างมาเพื่ออะไรกันแล้วครับ
   แหม ด้วยเหตุของเวลาต้องไปทำราชการอีกแล้ว ขอยุติเพียงแค่นี้ก่อน
   พบกันตอนต่อไปครับ  ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ
   สวัสดี 
        :thank1:  :thank1:  :thank1:


ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16065
  • HL NO.5490A920 (x-men)
มันอยู่กับผมสั้นไปหน่อย   ไม่มีจะกินเลยขายแดร๊กซ่ะ


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
มันอยู่กับผมสั้นไปหน่อย   ไม่มีจะกินเลยขายแดร๊กซ่ะ


:30:   :30:   :30:
ไม่น่าเชื่อว่าฐานะของครูพี่มานพเป็นอย่างนั้น  ครูพี่หมอนพเป็นผู้ใฝ่ความรู้ สะสมประสบการณ์อย่างหลากหลายมากกว่าครับ   :95:

ยังไงๆ ก็มีประสบการณ์เต็มที่อยู่แล้ว  กรุณาช่วยครูเมธเพิ่มเติมที่ขาดตกพกพร่องด้วยนะครับ  :30:  :30:

วันราชการมีเวลาเฉพาะเขียนให้อ่าน    วันเสาร์อาทิตย์พอมีเวลาทำเป็นคลิบวิดีโอบ้าง

 :95:  :95:  :95:
 :thank1:



ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16065
  • HL NO.5490A920 (x-men)
x-air กะเคยใช้อยู่3-4เดือน    บ่มัก...ขายโลด


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๖๗ เรื่อง การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๓๑)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน

        สวัสดีสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านครับ เป็นความน่าทึ่งในความคิดและความสามารถของท่านนักประดิษฐ์วิศวกรเครื่องเสียงทั้งหลาย  ทำให้ผมและคุณๆมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า มิกเซอร์ใช้สนองตอบความต้องการทั้งเป็นอาชีพและงานอดิเรก เป็นความสุขทางใจจริงๆ

        กลับมาที่แนวคิดและหลักการทำงานของอุปกรณ์อันน่าทึ่งของมิกเซอร์กันต่อครับ ผมเชื่อว่านักเล่นเครื่องเสียงโดยเฉพาะทั้งชอบฟังดนตรีและร้องเพลงคาราโอเกะส่วนใหญ่จะเริ่มขยายอุปกรณ์มาที่มิกเซอร์ก่อน เพราะดูหน้าที่แล้ว มิกเซอร์คือศูนย์กลางรวมและแยกสัญญาณเสียงในระบบเสียงที่เรามี

        คุณๆเคยสังเกตสองคำนี้ไหมครับ คำว่า Pre กับ Post เราจะพบเสมอเมื่อต้องใช้อุปกรณ์เสียง คำว่า Pre นี้ ฝรั่งออกเสียงชัดเจนว่า พรี แปลว่า ก่อน ส่วน Post ฝรั่งออกเสียงว่า โพสต์ เกือบเป็น เพิร์สต์  เราออกเป็น “โพสต์” ก็แล้วกัน แปลว่า ภายหลัง   สองคำนี้วิศวกรหรือผู้ใช้ทั้งหลายเรียกลักษณะของสัญญาณเสียงว่า สัญญาณพรี  สัญญาณโพสต์   สองสัญญาณนี้คืออะไร

        ปกติสัญญาณเสียงใดๆมีสภาพบริสุทธิ์ผุดผ่อง เดิมๆแท้ๆ และธรรมดาๆนะครับ มาจากต้นทางหรือแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ สัญญาณอย่างนี้ เรียกว่า สัญญาณพรี

        ส่วนสัญญาณโพสต์เกิดจากมนุษย์ผู้มากด้วยกิเลส อารมณ์และความรู้สึก ที่คุณๆทั้งหลายรู้จักในคำว่า effect ที่แปลว่า ความตั้งใจ ความรู้สึกที่เกิดขึ้น หรือผลกระทบ  คำว่าสัญญาณโพสต์ก็เลยเกิดมีขึ้น  ผมไม่ได้กล่าวหาeffectในตัวมนุษย์ไม่ดี แต่ทว่าeffectเป็นผลจากที่มนุษย์มี”ความคิดสร้างสรรค์”ต่างหาก

        สัญญาณสองตัวนี้มีลักษณะการเกิดสลับกันตามความรู้สึกและความต้องการของผู้ใช้

        ผมขอสมมุติ  สำหรับท่านที่เริ่มใช้มิกเซอร์เห็นภาพง่ายๆก่อน 
        เราพูดใส่ไมโครโฟนที่เสียบลงในช่องอินพุทใดๆ สัญญาณเสียงที่เกิดขึ้นคือเสียงเราจริงๆ หมดคำพูด เสียงทางลำโพงก็หมดด้วยพร้อมกัน สัญญาณนี้คือ สัญญาณพรี แต่ถ้าผู้ใช้ไปหมุน ไปกด หรือไปเลื่อนอุปกรณ์บางตัวที่มิกเซอร์ พอเราพูดใหม่  “สวัสดีครับ” ทางลำโพงมันยังมีหางเสียงอยู่เป็น.... ครับ  ครับ ครับ ...เหมือนสะท้อน อย่างนี้แหละคือสัญญาณโพสต์
เหตุที่เป็นอย่างนี้ เพราะว่าวิศวกรผู้คิดเขาสร้างเส้นทางสัญญาณเสียงไว้ ให้เสียง(พรี)วิ่งไปตามปกตินี่แหละ  แต่ระหว่างทางเขาสร้างห้องพิเศษเก็บเสียงแปลกๆไว้  มีประตูหน้าคอยเปิดปิด ถ้าต้องการให้เสียงพรีมีลักษณะแปลกๆเหมือนเสียงในห้องนั้น เขาก็เปิดประตูแรกรับเสียงพรีเข้าไป เสียงพรีกับไอ้เจ้าเสียงแปลกเจอกัน กระโดดกอดเสียงพรีแทบเป็นคนเดียวกัน ทำอะไร มันก็ทำตาม หากเราพอใจจะให้ทำอย่างนั้น ก็อนุญาตปล่อยให้ทั้งคู่เดินทางร่วมกันต่อไป โดยมีประตูหลังคอยเปิดปิดเสมือนเป็นผู้ตรวจคัดกรองกำหนดหน้าที่ให้เสียงแปลกๆว่าควรใช้มากหรือน้อยควบคู่กับเสียงพรีแค่ไหน แล้วก็เปิดให้เสียงพรีที่มีเสียงแปลกๆออกไปด้วยกัน เสียงที่ออกมาแบบนี้แหละคือ สัญญาณโพสต์
 

        ที่ประตูหน้าและหลังห้องพิเศษต้องประสานงานกันดีๆว่า จะให้เสียงแปลกๆทำหน้าที่มากน้อย สมดุลกันอย่างไร หากเปิดมากเสียงแปลกๆก็จะเด่นกว่าเสียงปกติ(สัญญาณพรี)ทำให้ฟังไม่ชัดเจน เราก็ปรับที่ประตูทั้งสองบานนี้ หากจะกลับมาใช้สัญญาณพรีตามปกติก็ปิดประตูแรกของห้องพิเศษเสีย สัญญาณพรีก็ออกมาตัวเปล่าเป็นสถาพเดิม  ออกมาทางไหนครับ ออกมาทางช่องประตูออกหลัก หรือที่เราเรียกติดปากว่า Main Out ประตูนี้ก็ต้องเปิดให้ด้วยครับ

        ที่ผมเน้นคำว่า ประตู เพราะว่าลักษณะการทำงานตรงนั้นของมิกเซอร์เหมือนประตูจริงๆครับ วิศวกรเขาประดิษฐ์เป็นปุ่มก้านเลื่อนขึ้น(เปิด)บ้าง เป็นปุ่มหมุนตามเข็มนาฬิกา(เปิด)บ้าง เป็นปุ่มกด(เปิด)บ้าง คุณไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่เจอ เขามีคำบอกไว้ครับ

        ต้วอย่างจริงๆ เริ่มจากมิกเซอร์ตัวเล็กๆก่อน 
        ตัวแรก  เสียบไมโครโฟนลงแชนแนลใดๆที่ช่อง Mic อาจเป็นรูเดียว (TS)
        ตัวที่สอง คือ ประตูปล่อยสัญญาญพรี จะเป็นปุ่มหมุน (Volum) หรือก้านเลื่อนขึ้น ( Fader Slide) ขึ้นอยู่กับการติดตั้งตัวอุปกรณ์   
        ตัวที่สาม  คือ  ประตูแรกของห้องพิเศษ(effect)  จะเป็นปุ่มหมุน (FX-effect)
        ตัวที่สี่  คือ ประตูหลังของห้องพิเศษ(effect)  จะเป็นจะเป็นปุ่มหมุน (Volum) หรือก้านเลื่อนขึ้น ( Fader Slide ) มีคำว่า FX (Return) ขึ้นอยู่กับการติดตั้งตัวอุปกรณ์   
        ตัวที่ห้า  คือ ประตูเปิดหลักของมิกเซอร์ จะเป็นปุ่มหมุน (Volum) หรือก้านเลื่อนขึ้น ( Fader Slide ) มีคำว่า Main  ขึ้นอยู่กับการติดตั้งตัวอุปกรณ์   
        ตัวที่หก  คือ  ช่องทางสัญญาณออก จะมี2ช่อง จะเป็นแบบช่องแบบ Ts มีคำว่า Main Out ขึ้นอยู่กับการติดตั้งตัวอุปกรณ์   

        ตอนนี้ ขออธิบายเพียงลักษณะของมิกเซอร์พื้นๆที่เห็นช่องเข้าและออกของสัญญาณเสียงเพียง1ช่องก่อน  คราวต่อไปจะเพิ่มมิกเซอร์ซ้อนมิกเซอร์เพื่อให้มีทางออกมากกว่าที่Main Out จุดเดียว

        เราจะเห็นว่า สัญญาณพรีเป็นสัญญาณเสียงที่ผู้ใช้มิกเซอร์ควรสังเกตและรักษาไว้เป็นต้นแบบ  ส่วนสัญญาณโพสต์เราจะเติมเสริมแต่งอย่างไรก็ได้ เปลี่ยนไปได้  หากสัญญาณพรีต้นทางขาดคุณภาพ สัญญาณโพสต์ปลายทางจะมีคุณภาพได้อย่างไร ย่อมขาดคุณภาพตามไปด้วย

        ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้  พบกันตอนต่อไป  :30:
        สวัสดี ครับ
         :thank1:



ออฟไลน์ เจตน์ หมื่นจิตร

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 8
  • *
  • กระทู้: 1260
  • 57E250D6
ขออนุญาตคั่นรายการครับ สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครับอาจารย์


 
เสร็จแล้วครับ
 :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 15 กันยายน 2017, 09:18:08 น. โดย เจตน์ หมื่นจิตร »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ขออนุญาตคั่นรายการครับ สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครับอาจารย์


 
เสร็จแล้วครับ
 :thank1:
:thank1:  :thank1:  :thank1:
ขอขอบคุณท่านอย่างสูง  คุณความดีใดที่ท่านมีความปรารถนาดีมายังครู  ขอคุณความดีนั้นจงกลับไปตอบสนองท่านด้วย เทอญ

 :30:  :30:  :30:   วันนี้้ครูลืมตามาครบ 56 ขวบแล้ว เร็วจริงๆ ดังพุทธองค์ท่านกล่าวไว้

 :30:  :30:  :30:

ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16065
  • HL NO.5490A920 (x-men)
:thank1:  :thank1:  :thank1:
ขอขอบคุณท่านอย่างสูง  คุณความดีใดที่ท่านมีความปรารถนาดีมายังครู  ขอคุณความดีนั้นจงกลับไปตอบสนองท่านด้วย เทอญ

 :30:  :30:  :30:   วันนี้้ครูลืมตามาครบ 56 ขวบแล้ว เร็วจริงๆ ดังพุทธองค์ท่านกล่าวไว้

 :30:  :30:  :30:

ตามไปติดๆครับ

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตามไปติดๆครับ
ครูพี่หมอนพแซงไปเลย  ความคงแก่เรียนเรื่องเครื่องเสียงยิ่งกว่าครูสุเมธแล้ว 

 :30:  :30:  :30:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๖๘ เรื่อง การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๓๒)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน

        สวัสดีสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านครับ เรื่องราวที่คุยกันยังอยู่ที่เรื่องสัญญาณเสียงในมิกเซอร์ครับ
        หลายคนหงุดหงิดเมื่อใช้มิกเซอร์แล้วไม่เป็นไปดังใจคิด ผมเองสมัยเมื่อเล่นมิกเซอร์ใหม่ๆ อ่านกระทู้ก็อ่าน ทดลองที่เครื่องจริงๆก็ทดลอง แล้วเหตุไฉนเสียงที่ได้ยินจึงผิดความตั้งใจ รู้สึกผิดหวัง ถึงขั้นหมดอาลัย(แต่ไม่ถึงขั้นตายอยาก นะครับ)ก็มีครับ เกิดจากสาเหตุหลัก คือ ความไม่รู้ที่เกิดจากความไม่ชำนาญ หมายความว่า ไม่คุ้นเคย(จริงๆ)กับมิกเซอร์

        ณ ที่เขียนบรรทัดนี้ก็รู้แค่ที่เขียนให้ท่าน(ที่รู้มากกว่าผม)ได้อ่าน  เอาเป็นว่า พอให้ท่านที่เริ่มๆจะเล่นกับมิกเซอร์อ่านก็แล้วกัน

        ท่านที่เริ่มเล่นกับมิกเซอร์ครับ แม้ว่าดิจิทัลมิกเซอร์กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นแล้ว แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าอนาล็อคมิกเซอร์ให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อเทียบกับดิจิทัลมิกเซอร์ ไม่อย่างนั้นสมาชิกผู้เชี่ยวชาญของเราท่านหนึ่งจะยอมสละ Presonus AB1818vsl  สละBehringer X air Xr18ทิ้ง มาอยู่กินกับ Yamaha MG12XUรึ

        จงศึกษามิกเซอร์อนาล็อคเบื้องต้นอย่างคลุกคลีตีโมง กอดรัดฟัดเหวี่ยงให้รู้เช่นเห็นชาติรู้ถึงตับไตไส้พุงมัน ปานประหนึ่งเราเองเป็นสัญญาณเสียงที่วิ่งวกไปวนมาตามเส้นทางทุกสายที่มีในมิกเซอร์  ผ่านประตูเปิดปิดให้เราเข้านี่ออกนั่น และเพื่ออะไร

        หมั่นทดลอง ปรับนี่แต่งนั่น อ่านดูหูฟัง จากข้อทักท้วง ตักเตือน แนะนำของท่านผู้รู้  และเขียนบันทึกความรู้ความเข้าใจไว้อ่านทบทวน ปรับปรุง แม้จะใช้เวลานานแต่ก็เป็นความรู้ที่คงทน เหมือนเราขับรถยนตร์ไปได้ทุกซอกซอย คล่องแคล่วปลอดภัย 

        ท่านผู้เริ่มเล่นมิกเซอร์อนาล็อคครับ เรามาติดตามเส้นทางสัญญาณเสียงในมิกเซอร์กันต่อจากแบบพื้นฐานเบื้องต้น ในบทความที่แล้วเลยนะครับ

        จากพื้นฐานมิกเซอร์ แหมครูขอใช้คำว่า Root Mixer ได้ไหม รากเหง้าของมิกเซอร์เลยหละ คือ เข้า-> เดินทาง > ออก 
 > ช่องหลักเดียว     อย่างนี้ เป็น Main เลย เอ้า   
        และสรุปว่า มิกเซอร์เล็กๆ ที่ครูเรียกว่า Root Mixer (ขออนุญาตท่านผู้รู้ใช้คำนี้นะครับ)หรือมิกเซอร์ต้นแบบนั้นจะมีลักษณะเฉพาะ คือ ดังนี้
        1.   ทางสัญญาณเข้า (Pre)หลายช่อง(Channel -แชนแนล)       
        2.   เข้าไปทำ – ปรับแต่งความถี่ (E.Q.)
        3.   เข้าไปทำ เอฟเฟค – สัญญาณโพสต์(Post)
        4.   ออกมาทาง Main Out ช่องเดียว
        5.   อาจมีช่องหูฟัง(Phones) และช่องบันทึกเสียง(Rec.Out)

        ต่อมาเมื่อต้องการให้มิกเซอร์มีการทำงานซับซ้อนขึ้น จากรับเสียงมาแล้วรวมเสียงออกมาด้วยกันทางเดียวที่Main Out  วิศวกรก็เพิ่มความสามารถให้มากกว่านั้น เช่น
1. แยกเสียงที่เข้ามาแต่ละช่องไปออกอีกหลายช่องไม่ซ้ำกับMain Out โดยสร้างจุดแยกที่ใช้คำว่า Aux
2. แยกเสียงที่ออกทางออกหลัก(Main Out) ให้ไปออกเป็นทางออกหลักย่อยๆอีกหลายทาง โดยสร้างจุดแยกที่ใช้คำว่า Bus   
3. แยกเสียงที่ออกทางแต่ละBus ไปอีกหลายช่อง ด้วยจุดที่ใช้คำว่า Direct Out   
4. แยกเสียงบางส่วนไปให้ฟังที่หูฟัง(Phones) ไปฟังที่ห้องควบคุม (Control Room - Ctl) แยกไปทางออกไปเครื่องบันทึกเสียง (Rec.Out) และอื่นๆอีก
        สิ่งที่เราควรศึกษาทำความเข้าใจก่อนคือ อ่านคู่มือครับ แน่นอนที่สุด ปัจจุบันมีให้โหลดจากเน็ตฟรี ยังไม่ซื้อก็อ่านล่วงหน้าไปก่อนได้ครับ 
        ประการต่อมา ควรทำความคุ้นเคยกับตัวอักษรที่กำกับอุปกรณ์ ที่จริงมีบอกในคู่มือแล้ว อีกอย่างหาดิกชันนารีแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยไว้ติดตัวยิ่งดีครับ
        เมื่อมิกเซอร์มีการทำงานซับซ้อนขึ้น อุปกรณ์ควบคุมก็ซับซ้อนตามไป วิศวกรก็แสดงสัญลักษณ์และตัวอักษรให้สังเกตง่ายๆ เช่นใช้สีแสดงการทำงานเหมือนกันหรือกลุ่มงานเดียวกัน ใช้เส้นกรอบรอบๆงานที่เกี่ยวข้องกันเดียวกัน ใช้เส้นโยงงานที่เกี่ยวข้องกัน เป็นต้น

   ช่องหูฟัง(Phones) เป็นทางออกของมิกซ์ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นตัวแทนของMain Out โดยเฉพาะในมิกเซอร์ที่ซับซ้อนจะไม่เหมือนมิกเซอร์พื้นฐาน เราคิดจะประหยัดพลังงาน ปิดใช้Power Amp.ขยายเสียงMain Out กะจะฟังที่หูฟังแทน ถ้าไม่ทราบว่าเส้นทางสัญญาณถูกAssign (ศัพท์ –แปลว่า กำหนด วางแผนงาน) เสียงที่ได้ยินจะเป็นคนละอย่างที่Main Out
   SOLO แปลว่า เดี่ยว ปุ่มกดคำนี้อยู่ที่ไหนแปลว่า กดใช้แล้วได้ยินเฉพาะที่นั่น ช่องอื่นจะเป็นMute(แปลว่า ใบ้)ไป  SOLOนี้ บางมิกซ์กดแล้วเป็นสัญญาณพรีที่มีคำศัพท์ว่า  PFL (Pre-Fade Listen) แปลว่า ตรวจสอบสัญญาณก่อนเข้า fader สัญญาณพรีจะถูกแยกให้ไปออกที่หูฟังเสมอ ที่หูฟังก็มีประตูหมุนเปิด(เร่ง)ความดังให้ก็มีอีก แต่ก็มีที่คู่มือบอกว่า SOLO ให้เลือกว่าจะใช้เป็น PFL หรือ AFL(After Fade Listen) 
   พูดถึงสัญญาณแล้ว  อยากให้ท่านทบทวนความเข้าใจระหว่างสัญญาณพรี(Pre) กับสัญญาณโพสต์(Post)อยู่บ่อยๆครับ
   อุปกรณ์บางตัวที่มีคำว่า .   Send อุปกรณ์นั้นทำหน้าที่เปิดปิดสัญญาณให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่าน ในปริมาณมากหรือน้อย 
   อุปกรณ์ก้านเลื่อน(Fader Slide)ที่เด่นชัดบนมิกซ์ทุกตัว ล้วนเป็นประตูเปิดปิดSend ให้สัญญาณพรีที่เข้ามาในแต่ละแชนแนลอินพุทวิ่งไปออกที่ทางออกหลัก(Main Out)  ประตูออกของMain Outที่เป็นอุปกรณ์ก้านเลื่อน(Fader Slide) ก็ต้องเปิดขึ้นปล่อยสัญญาณออกเช่นกัน
   หลายคนเข้าใจว่า การเลื่อนสไลด์เฟดเดอร์อินพุทขึ้น หมายถึงทำสัญญาณโพสต์(Post)ไม่ใช่ครับ    ที่จริงการเลื่อนสไลด์เฟดเดอร์อินพุทขึ้นก็เป็นสัญญาณโพสต์(Post)ได้เหมือนกัน ถ้าเราทำโพสต์เอฟเฟค (Post FX)ที่แชนแนลอินพุทนั้น
การทำโพสต์เอฟเฟค(Post FX) ครูเคยเล่าไว้แล้ว คือ การปล่อย(Send)สัญญาณอินพุทนั้นให้เข้าไปที่ประตูเปิดปิดเอฟเฟค(อุปกรณ์เลื่อนหรือหมุน FX –Send)แล้วเลือกตัวเอฟเฟค แล้วปล่อยสัญญาณที่มีเอฟเฟคออกมา เรียกจุดปล่อยนี้ว่า เอฟเฟครีเทิร์น(FX Return)

       
        ตรงจุดปล่อยเอฟเฟครีเทิร์น(FX Return)นี้หละที่มักทำเป็นเฟดเดอร์สไลด์  เราผู้ใช้ก็เลื่อนสไลด์จนเคยชิน แล้วที่สุดอะไรที่ต้องเลื่อนสไลด์ก็เข้าใจว่าเป็นการโพสต์สัญญาณไปเลย 

   มาต่อกันที่ลักษณะของมิกเซอร์ขยายหรือมิกเซอร์เพื่องานกลางแจ้ง (ตรงนี้ครูได้ความรู้จากสมาชิกผู้มีอาชีพเครื่องเสียงกลางแจ้งเขียนไว้ ขอขอบคุณครับ)

   เมื่อต้องการให้มิกซ์ทำงานหลากหลาย ขออธิบายวิธีที่1 ก่อนครับ
1. แยกเสียงที่เข้ามาแต่ละช่องไปออกอีกหลายช่องไม่ซ้ำกับMain Out โดยสร้างจุดแยกที่ใช้คำว่า Aux
        Aux อาจมีเลขกำกับ เช่น Aux1  Aux2  Aux3  Aux4 ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้มากกว่า1 ช่องเสียง
        Aux ย่อมไม่ใช่ Main เพราะAuxคืออีกช่องทางหนึ่งที่สร้างเพิ่มจากMain   ฉะนั้น สิ่งที่Auxมีและไม่มีเหมือน Main คือสิ่งต่อไปนี้
   1.Aux มีจุดรับสัญญาณเริ่มแรกตัวเดียวกันกับ Main และใช้จุดนั้นประตูเปิดรับสิทธิ์ให้สัญญาณเข้ามารอก่อนเข้าทำงานจริงบนมิกซ์ คือประตู Gain หรือ Trim มีลักษณะเป็นปุ่มหมุน 
        2.Aux เริ่มทำงานปล่อยสัญญาณเข้าประตูที่สองถัดมา ตรงนี้ถือว่าเป็นประตูแรกของตัวAuxเอง สร้างเป็นปุ่มหมุน(โดยมากมิกซ์ทำเป็นปุ่มหมุน) มีคำว่า Aux1 ถ้าต้องการใช้ช่องAuxมากกว่า1ช่อง  ก็ทำมาเพิ่ม จะเป็นปุ่ม Aux2  Aux3….. (ตรงปุ่มนี้ท่านผู้รู้เรียกว่าอะไรครับ ดูเหมือนทำหน้าที่เป็นGain ปล่อยสัญญาณอีกที่หนึ่ง ) Aux ไม่ใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณในลักษณะFader Slide ในแชนแนลใดๆตัวเดียวกับFader Slideที่เป็นของ Mainนะครับ เพราะที่นั่น Main เขาจองใช้เป็นพื้นฐานแล้วจ้า
        3. Aux จุดที่สองต่อจากจุดแรก เป็นการเปิดสัญญาณส่งไปใช้งานใช้งานจริง มีคำว่า Aux Sends มีลักษณะเป็นปุ่มหมุน(โดยมากมิกซ์ทำเป็นปุ่มหมุน)ทำหน้าที่ส่งสัญญาณ(Send)ไปใช้ได้ 2 ลักษณะ คือ 1 ส่งออกไปตรงๆออกทางช่องAux Out (หรือใช้ว่า Aux Sends)อยู่หลังมิกซ์  2. ส่งออกไปใช้กับอุปกรณ์ต่อพวง เช่น effect ทางช่อง Inputของอุปกรณ์ต่พ่วง แล้ววกกลับออกทางช่อง Outputของอุปกรณ์ต่อพ่วง มาเข้าช่องรับของAuxที่ช่อง Aux Return หลังมิกซ์ ใช้กับ Aux Return
        4. Aux Return เป็นจุดเปิดสัญญาณพรีให้กลายเป็นสัญญาณโพสต์ กรณีที่ผู้ใช้ต่อพ่วงอุปกรณ์เอฟเฟคผ่านช่อง Aux Sends (หรือ Aux Out)วกเข้าที่ช่อง Aux Returns หลังมิกซ์  มิกซ์บางรุ่น มีสวิทช์ผลักให้สัญญาณโพสต์ที่ได้จากการทำReturnไปออกที่ Main Out ก็มี
   ข้อสังเกตที่พบกับสัญญาณผ่านAuxนั้น ที่ประตูเปิดตัวแรกอาจมีสวิทช์ Pre สั่งเปิดสัญญาณให้เป็นลักษณะสัญญาณพรีบ้าง  เพราะสัญญาณใดๆที่ไหลส่ง(Send)ไปสู่Processor (หน่วยประมวลผล)ใดแล้วถูกกระทำสะท้อนกลับ(Return)สัญญาณนั้นจะเป็นสภาพโพสต์(Post) นอกจากจะส่งออกตรงๆที่ช่องAux Sends (หรือ Aux Out) บางตัวมีสวิทช์กอปปี้สัญญาณให้ออกไปที่หูฟังบ้าง ไปยังห้องControl Roomบ้าง ไปพร้อมกันบ้าง แยกไปคนละครั้งไม่ซ้ำกันบ้าง  นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานหลายรูปแบบจริงๆ

        ส่วนผู้ใช้งานแสดงสดกลางแจ้ง นับว่าคุ้มค่ามาก นำไปเป็นมอนิเตอร์(มอนิเตอร์ คือ เสียงที่ได้ยินเฉพาะแห่ง)บนเวทีการแสดงสดได้ เช่น
   เล่นeXtremeแยกเฉพาะไลน์ชิ้นดนตรีกลองไปให้นักดนตรีฟังส่วนตัว
   แยกเฉพาะเสียงนักร้องและเอฟเฟคมาให้นักร้อง
   เรื่องของสัญญาณAuxในมิกเซอร์ยังมีรายละเอียดอีกมากในคู่มือการใช้งานแต่ละรุ่น ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมตามความสนใจต่อไป และที่สำคัญมีกระทู้ของสมาชิกเราเขียนไว้มากในหมวดเครื่องเสียงกลางแจ้ง เพียงพิมพ์ข้อความในกล่องค้นหาว่า Aux เท่านั้นหละ เจอให้เราอ่านเป็นร้อยๆกระทู้เลยครับ
   
        สำหรับผู้ใช้เครื่องเสียงในบ้าน สัญญาณAuxจะใช้อย่างไรก็ลองประยุกต์ดูนะครับ
   พบกันตอนต่อไป กับ ช่อง Bus ช่องขนานของ Main ในมิกเซอร์ ขอขอบคุณที่ติดตามครับ
   สวัสดีครับ 
         :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:  ว่างๆค้นความรู้ ความเข้าใจเรื่อง Aux Bus ในมิกเซอร์จากสมาชิกผู้เชื่ยวชาญ มีมานานก็ยังเป็นความจริงอยู่
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=94089.msg1174633#top

http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=103849.msg124430587#msg124430587

 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30: ว่างๆค้นความรู้ ความเข้าใจเรื่อง Aux Bus ในมิกเซอร์จากสมาชิกผู้เชื่ยวชาญ มีมานานก็ยังเป็นความจริงอยู่
        Bus Out หรือ Group  คืออะไร 
คุณหมอนพ สุพรรณ ปรมาจารย์แห่งเราจะกล่าวไว้ดังนี้ที่นี่
https://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=87302.25

https://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=87688.msg1103619#msg1103619

https://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=23386.0

http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=10608.0

        Direct Out  คืออะไร เป็นอย่างไร ดูที่นี่ครับ
กระทู้ “ให้ความรู้เรื่อง Direct Out”  ของ ขอชอลอ
https://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=58798.0
และ
https://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=75684.msg947531#msg947531
 :30:  :30:  :30:

เข้าใจพอจะให้นิยามและความเหมือนหรือแตกต่าง ของ Aux กับ Bus ได้เหรือยังครับ

 :95:
 :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 กันยายน 2017, 05:44:55 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:  :30:  :30:
ขอทบทวน อุปกรณ์บันทึกเสียงยิ่งใช้ ยิ่งชอบ 





 :30:  :30:  :30:

 :95:  เมื่อ5ปีที่แล้ว เป็นขวัญใจพี่เคยโสดเค้าครับ 
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=71866.0
 :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 25 กันยายน 2017, 00:18:12 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๖๙ เรื่อง การบันทึกภาพและเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๓๓)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน

        สวัสดี ท่านสมาชิกและผู้สนใจทุกท่าน ต้องขอขอบพระคุณท่านหัวหน้าผู้ดูแลระบบและสมาชิกระดับผู้บริหารผู้เชี่ยวชาญรุ่นพี่ทุกท่าน ที่เมตตากรุณาให้ผมใช้กระทู้นี้เป็นที่เก็บข้อมูล ความรู้ ความคิดเห็น แหล่งอ้างอิง จากกระทู้ต่างๆที่ผมผู้สนใจมารวบรวมไว้ อย่างน้อยก็เป็นแหล่งความรู้ต่อตัวผมเอง แน่นอน ข้อมูลบางส่วนย่อมมีข้อเท็จจริงผิดพลาดอยู่ย้าง  ผมในฐานะผู้รวบรวมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวครับ

        โปรแกรมดนตรีคาราโอเกะและอุปกรณ์เครื่องเสียงที่เกี่ยวข้องในกระทู้นี้ ผมเสาะแสวงหามาตามขั้นตอนการเป็นสมาชิก โดนซื้อหามาเพื่อประกอบความสนใจของผมและใช้ในฐานะผู้งานอดิเรกยามว่างในบ้าน อุปกรณ์บางชิ้นมีฐานะการใช้สูงกว่าในบ้าน  ผมก็จะหามาเพื่อประดับความสนใจและสติปัญญาที่จะศึกษา นำมาใช้จริงบ้างตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9ของเรา หวังว่าท่านคณะผู้บริหารคงเข้าใจเจตนารมณ์ผมที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิกแล้ว
ณ เวลานี้ ผมยังสนใจจะศึกษาต่อไปอีก คือ เรื่อง การบันทึกเสียงเพลงดนตรีคาราโอเกะ แน่นอนจุดเริ่มต้นของการนี้ ย่อมมาจากมิกเซอร์ ฉะนั้น เรื่องมิกเซอร์จึงจำเป็นต้องศึกษากันอย่างไม่รู้จบสิ้นกันต่อไป

       ดิจิทัลมิกเซอร์ ปัจจุบันนับว่ามีความสามารถและคุณสมบัติล้ำเลิศรวดเร็ว  สะดวก แต่ดูเหมือนจะยุ่งยากกับการจับต้อง ควบคุม ในขณะที่อนาล็อคมิกเซอร์ยุ่งยากกับการติดตั้ง  ชักช้าแต่กลับมีชีวิตชีวากับการจับต้อง  แม้ว่าการนำเสนอแบบบันทึกภาพและเสียงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำไม่ได้อย่างดิจิทัลมิกเซอร์ (ดังที่ผมทำคลิปวิดีโอ การติดตั้งมิกซ์AB1818vsl ตอนที่1 -3) รวมถึงดิจิทัลมิกเซอร์(บางรุ่น)มีวิธีและขั้นตอนInsert FX Processor รวดเร็วกว่า ไม่ต้องนำFX Processor มาต่อสายสัญญาณระหว่างช่อง Send กับ Return  แต่ใช้DSPกำหนดติดต่อโดยคลิกและลากเม้าส์ไม่กี่ที่ แต่ดิจิทัลบางรุ่นที่ยังคงวิธีใช้อย่างอนาล็อคไว้ คือประดิษฐ์มาให้มีปุ่มเลื่อน หมุน กด ไม่ให้เสียรสชาติอย่างอนาล็อคมิกเซอร์ 

        ในความเห็นของผม ผู้เล่นเครื่องเสียงมือใหม่ ควรซื้อหาอนาล็อคมิกเซอร์มาใช้ให้ชำนาญก่อนครับ พอเข้าที่เข้าทางเข้าใจดีแล้ว ก็มาให้ครบทั้งสองชนิด ทั้งอนาล็อคและดิจิทัลเลยครับ ไหนๆจะศึกษากันให้เต็มที่แล้ว ถึงไหนถึงกันครับ (ลองออมๆเงินจากสิ่งฟุ่มเฟือยบางอย่างดู คงมีเงินเก็บแน่นอนครับ)

        อนาล็อคมิกเซอร์พื้นฐานควรมีไลน์อินพุทอย่างน้อย 16 ไลน์ มีช่องสัญญาณเพิ่ม(Aux) อย่างน้อย 2 Aux Sends ,มี FXภายในปรับได้พร้อมๆกันอย่างน้อย 2 FX Sends, มีช่องMainย่อย(Sub)อย่างน้อย 4 SubGroup, มีช่อง Out Put ได้แก่ Aux Sends 2 ช่อง, FX Sends 2 ช่อง,  Aux Returns FX Returnsอย่างละ 2 ช่อง, มี Sud Group Out ตามFade SubGroup 8 ช่อง, มี Main Insert L/R (2ช่อง) และ Direct Out 8 ช่อง เป็นต้นส่วนช่อง CR Out(Control Room Out) ช่องหูฟัง(Phones) ช่องนำเสียงออกมาบันทึก (Rec. Out) มีตามปกติอยู่แล้ว

        ที่ผมแนะนำคุณผู้เพิ่งจะเริ่มเล่นมิกเซอร์อย่างนี้เพราะว่า คุณจะได้เรียนรู้เส้นทางสัญญาณเสียงในมิกเซอร์ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะช่องสัญญาณเพิ่มที่เรียกว่า Aux และ SubGroups
     













        สำหรับท่านที่เชี่ยวชาญคงไม่ไปรบกวนครับ

        คราวก่อน ผมพูดจบลงที่เรื่อง Aux ในมิกเซอร์แล้ว ฝากถามว่า ต่อไป Sub Groups ในมิกเซอร์หละคืออะไร เหมือนและต่างจากAux อย่างไร        คุณที่สนใจคงหาจากกระทู้ที่ผมแนบลิงค์ไว้บ้างนะครับ

        ตอบเลยครับ  Sub Groupsในมิกซ์คือ AuxของMainนั่นเอง งงใช่มั้ยครับ

        เดี๋ยวคราวหน้า ผมจะมาเล่าเปรียบให้คุณๆฟังกันต่อนะครับ ตอนนี้ขอยุติเพียงแค่นี้ก่อนครับ  ขอขอบคุณที่ติดตามครับ
        สวัสดีครับ
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:
การบันทึกภาพและเสียงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ในยุคนี้


 :30:   :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 7 ตุลาคม 2017, 17:22:20 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
ณ วันนี้ เดือนกันยายนปีกลาย พ.ศ.2559 ในบันทึกงานอดิเรกของผม

นั่งอ่านย้อนอดีต เฝ้าเรื่องอาการประชวรของพ่อหลวงไปพลาง......

.....อ่านเนื้อหาเรื่องปัญหาการใช้มิกซ์  AB1818vslไปพลาง....   

หาทางใช้Studio Oneบันทึกเสียงร้องเพลงให้มีเอฟเฟคและดนตรีeXtreme Karaokeไปพลาง ......

..1 รอบปีที่ปลุกปล้ำมันให้อยู่มือ  ยิ่งใช้ ยิ่งชอบ  ...แปลกจริงๆ....
http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=107160.125




 :30:   :30:   :30:
 :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 กันยายน 2017, 19:53:28 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 835
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :undecided:   :undecided:   :undecided:
ยามนี้..คงมีแต่เสียงคร่ำครวญและหยาดน้ำตา...ตลอดเดือนตุลาคม 2560..


 :thank1: