ผู้เขียน หัวข้อ: ชอบร้องเพลง เล่นกีต้าร์ จึงมาอยู่นี่ เห็นรุ่นพี่เขียนไว้ จึงได้มาเป้น"ความรู้"  (อ่าน 307262 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
วันนี้ 11 ตุลาคม 2564  ครบ 1 เดือน ที่นักร้องเสียงดี แสงสุรีย์  รุ่งโรจน์ จากไปอย่างไม่มีวันกลับคืน 11 กันยายน 2564 

ขอสดุดีและอาลัย คุณความดีของท่าน ประดุจ"ครูเพลงของผม คนหนึ่ง"  ด้วยบทเพลง ชื่อ  "ความจริงจากใจ"

ระบบฏิบัติการ : Windows 7 Professional 64 Bit 2009  - Activated

Audio Interface : Presonus AB1818vsl

DAW : eXtreme Karaoke_SQL  6 Tracks

Midi  : EMK      EMK05017  

ชื่อเพลง  : ความจริงจากใจ

ศิลปิน ต้นฉบับ : แสงสุรีย์  รุ่งโรจน์


 :95:  :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เนื่องในวันนี้ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นวันคล้าย"วันสวรรคตของ พ่อหลวง รัชกาลที่ ๙" พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ผมขอระลึกถึง"คำสอนของพระองค์ท่าน ให้รู้จักใช้"ชีวิตอย่างพอเพียง มีความสุขในศีลธรรมอันดี"  ตลอดมาจนถึงวันนี้ 

ขอสดุดีในพระมหากรุณาธิคุณ และความดีของพระองค์ท่านพ่อหลวง ด้วยบทเพลง"ล้นเกล้าเผ่าไทย" ครับ

ระบบฏิบัติการ : Windows 7 Professional 64 Bit 2009  - Activated

Audio Interface : Presonus AB1818vsl

DAW : eXtreme Karaoke_SQL  6 Tracks

Midi  : XMKL      XMKL4075  

ชื่อเพลง  : ล้นเกล้าเผ่าไทย

ศิลปิน ต้นฉบับ : สายัณห์  สัญญา


 :95:  :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ปิดตำนาน"หนุ่มวัยทอง" ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพี่ศักดิ์ด้วยครับ

อย่างน้อยก็เคยนำเพลงนี้มาร้องเล่นในกลุ่มเรา


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๑๐๒ เรื่อง ทบทวนการเล่นมิกซ์ดิจิทัลเพื่อบันทึกเสียง(ตอนที่ ๘)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกและผู้สนใจ ที่เคารพรักทุกท่าน
   พบกันอีกแล้ว แบบเป็นทางการสักนิดนะครับ เพราะเงียบไปนาน มองๆดูบรรยากาศในบ้านเมืองเราขณะนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดจากโรคโควิด-19ก็ค่อยๆเบาลงแล้ว ดีใจได้ไม่นาน ภัยน้ำท่วมก็มาซ้ำอีก แล้วจะไหวไหมหนอ  พอน้ำลดลงมบ้างกลับไปท่วมทางภาคใต้อีก
   ขอให้เหตุเหล่านี้ลดลงไปเร็วๆเถิดครับ ความสุขของคนไทยจะได้กลับคืนมาโดยทั่วหน้ากันซะที
   ณ วันนี้ กลางๆเดือนพฤศจิกายนแล้ว รัฐบาลเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเข้าท่องเที่ยวนำเงินมาใช้จ่ายเพิ่มรายได้ให้คนไทยในบ้านเราแล้ว ส่วนคนไทยหลายจังหวัดที่มีอัตราการติดเชื้อโควิดน้อยก็ได้อานิสงส์เปิดจังหวัดต้อนรับญาติสนิทมิตรสหายกัน คึกคักกันอีกครา
         เฉลิมฉลองกันได้ แต่ต้องดู “มาตรการดื่มกินแบบปาร์ตี้และในร้านอาหารกันให้แน่นอนน่อยว่า ทำได้ ไม่ได้อย่างไร” ด้วยนะ เพราะบางเรื่องมีกฎหมายและบทลงโทษรองรับอยู่ครับ
        แน่นอน เรื่องราวเทคโนโลยีการใช้เครื่องเสียงในวงการพี่น้องสมาชิกเราก็น่าจะกระหึ่มขึ้นมอีกครั้งนะครับอย่างไรๆก็น่าจะตระเตรียมตัวกันไว้นะครับ
ค่ำคืนวันนี้ ศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายนเทศกาลลอยกระทงก็กลับมาให้เราเห็นกันแล้ว บางพื้นที่น่าจะจำเป็นต้องใช้เครื่องเสียงกลางแจ้งนะครับ
   ส่วนผม ณ วันนี้ก็ยังติดตามหาความรู้และทดลองบันทึกเสียงวิดีโออยู่เหมือนเดิมทั้งแบบอนาล็อคเก่าๆ และแบบดิจิทัลสมัยใหม่ครับ ที่ผมเพิ่งจำเป็นต้องใช้แล้วหละ  เมื่อก่อนอุปกรณ์มีราคาสูง ใช้ในห้องสตูดิโอ ปัจจุบันกลับมีราคาต่ำลง และมีใช้กันเป็นส่วนตัวมากขึ้น  บันทึกเสียงและภาพเคลื่อนไหวอย่างวิดีโอก็ทำได้สะดวก แค่โทรศัพท์มือถือก็สามารถทำได้ เราจึงเห็นบรรดานักข่าวใช้นอกสถานที่กันมาก น่าสนใจนะครับ  โทรศัพท์รุ่นใดกันที่ใช้กล้องถ่ายรูปทำงานบันทึกวิดีโออย่างสมบุสมบันในภาคสนามได้ดีอย่างนั้น
   แสดงว่า กล้องถ่ายวิดีโอใหญ่ที่นักข่าวแบกขึ้นบ่า จะไม่ค่อยเห็นกันแล้ว   
        กล้องถ่ายรูปที่ตัวโทรศัพท์มือถือจึงใช้ได้ดี สะดวกกว่า
        ถ้าอย่างนั้น โทรศัพท์มือถือสามารถใช้เป็นกล้องบันทึกงานในห้องสตูดิโอได้ไหม ผมว่าทำได้แน่ ขนาดนักข่าวยังนำไปสมบุกสมบันในภาคสนามได้ ประสาอะไรกับงานในสตูดิโอ แต่สำหรับผมไม่เคยใช้บันทึก “ร้องเพลง เล่นกีต้าร์” ส่งขึ้นยูทูปเลยครับ สมาชิกและผู้สนใจท่านใดใช้เป็นประจำช่วยเพิ่มความรู้หน่อยนะครับ
   ช่วงเวลากลางๆปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 งานบันทึกวิดีโอแบบAnalogของผมต้องดำเนินมาถึงช่วงเปลี่ยนถ่ายความคิดและการกระทำแทบเรียกว่าอย่างสิ้นเชิง เพราะตัวอุปกรณ์ให้สัญญาณวิดีโอของผมคือกล้องMini DV (แบบม้วนเทป)ที่ทำหน้าที่ปล่อยสัญญาณวิดีโอผ่านเลนส์หน้ากล้องมาให้เครื่องบันทึกวิดีโอแบบแผ่นDVDของSony ต้องยุติลงตามอายุราชการ
   
        ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 จวบถึงวันนี้ ผมต้องเปลี่ยนความคิดและหาทางเชื่อมต่องานการบันทึกวิดีโออย่าให้ขาดตอน แต่ “คนเก่ายังคงคิดแต่เรื่องเก่าๆ” กว่าจะคิดได้ต้องเสียเวลาศึกษาอยู่นาน
   ต้องขอบคุณ “ความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการเทคโนโลยีการสื่อสาร”ที่ช่วยให้เราเรียนรู้ได้สะดวกมากขึ้น
   ผมสืบเสาะหา กล้องถ่ายวิดีโอแบบเดียวกับที่ใช้(Panasonic NV-GS150) ที่ใช้มาร่วม 20ปี ณ วันนี้ ไม่มีแล้วครับ
    สถานการณ์โควิดระบาดทำให้การเรียนการสอนของผมเปลี่ยนจากการเข้าสอนและเรียนในห้องในโรงเรียนมาเป็นการสอนออนไลน์ อุปกรณ์หลักที่ใช้คือ คอมพิวเตอร์โดยเฉพาะโน้ตบุคผ่านโปรแกรม เฟซบุคไลฟ์บ้าง โปรแกรมZoomบ้าง โดยมีกล้องเว็บแคมบนจอโน้ตเป็นพระเอก
        เดือนกว่าๆที่ผ่านมา นับจากวันที่ผมเกษียณอายุราชการ ยังจมปลักกับ “ค่านิยมเก่า”  กล้องถ่ายวิดีโอต้องแบบHanyCamขึ้นไปเท่านั้น   โธ่...!!!
อยากจะทวน  “ความคิดอันล้าสมัยของผมเอง”ไว้เป็นอุทาหรณ์สักหน่อยก็บอกอย่างเต็มคำว่า หลงและลืมมันเลยจริงๆ ยึดติดการเล่นeXtreme Karaoke  กับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องถ่ายแบบแฮนดี้แคมยึดมั่นกับสัญญาณอนาล็อค ไม่เคยใช้เว็บแคมที่ติดอยู่กับจอโน้ตบุค หรือของโทรศัพท์มือถือเลยเพื่องานนี้เลย
        คิดอย่างเดียวว่า ต้องหากล้องถ่ายวิดีโออย่าง Panasonic NV-GS150 ตัวเก่งที่ผมใช้เลนส์ส่องหน้าปล่อยสัญญาณภาพไปแบบไม่จำกัดเวลาปิดหน้ากล้องให้เครื่องบันทึก DVD Sony อัดคลิป ผมร้องเพลง เล่นกีต้าร์ประจำทุกคลิปตลอดมา เมื่อหาไม่ได้ ก็ไปขุดเอาตัวเก่า เป็นกล้องถ่ายรูปใหญ่ DSLR (Digital Single Lens Reflex)อย่าง Nikon D3100 ที่เคยใช้ถ่ายรูปทั่วไป มาปล่อยสัญญาณแบบกล้องถ่ายวิดีโอ มันก็ไม่มีเมนูให้จัด PowerSave เป็น Off ก็จะปิดเลนส์ลงใน 30 วินาที แถมมีรูปไอคอนตั้งค่าเต็มหน้าจออีก ไปใช้กล้องถ่ายรูปคอมแพคเล็กๆอย่าง Canon IXUS 175 ที่ผมใช้อยู่ก็เปิดเลนส์ให้ไม่ได้ตลอดเช่นกัน เปิดได้เพียง 10 วินาทีก็ปิดตัวเองลงอีก

   ใจไม่เคยนึกถึงWebcamเลย เพราะคิดปรามาสว่ามันเล็ก เลนส์เล็ก คุณภาพสู้กล้องถ่ายวิดีโอไม่ได้

   จนกระทั่ง2-3วันมานี้ เหลือบไปเห็นกล่องWebcamที่ลูกเค้าใช้เรียนออนไลน์ แล้วเลิกใช้วางอยู่ในห้องเล่นดนตรี นึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งมันก็ส่องหน้าเราเป็นภาพเคลื่อนไหวในการเรียนออนไลน์อยู่นี่ ลองหยิบมาเสียบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะดูหน่อย 
   ประกอบกับศึกษาหาความรู้ในGoogle ก็พอจะอธิบายได้ว่า
   Webcam มันก็เป็นตัวปล่อยสัญญาณวิดีโอได้ แม้ไม่ใช่กล้องถ่ายวิดีโอโดยตรง
        Webcam ทำหน้าที่ของมันจริงๆเหมือนกล้องที่ผมใช้ คือรับภาพมาเป็นสัญญาณไปใช้งานได้ แต่ติดที่มันไม่มีช่องปล่อยแบบ AV Out (RCA : สีเหลืองเป็นสัญญาณภาพ สีขาว-แดง เป็นสัญญาณเสียง ซ้าย-ขวา) บางตัวพร้อมกับมีไมโครโฟนติดอยู่เพื่อรับสัญญาณเสียงมาให้เราด้วย แต่
        Webcam มีราคาถูก บางตัวราคาไม่ถีง 500 บาท จนผมตกใจ ประมาทค่าตัว
เพราะตัวมันไม่มีกลไกบันทึกภาพและเสียงทำให้ลดทุนการสร้างกลไกบันทึกภาพลง ขณะเดียวกันก็เพิ่มคุณภาพเลนส์ให้ความคมชัดรับแสงในที่มืดหรือมุมอับแสงได้ดีโดยอัตโนมัติ ราคาจึงถูกลง
        ในเมื่อWebcamไม่มีกลไกจัดการกับสัญญาณภาพและเสียง ก็ได้อาศัยโปรแกรมจับหน้าจอหรือ Capture Application ทำหน้าที่เก็บบันทึก(Record) แก้ไข (Edit) ปรับแต่งอัตราแสง/ สี /มุม / มิติ ต่างๆได้ และอื่นๆแทน โดยมีสายแบบUSBเป็นตัวติดต่อนำสัญญาณมาใช้กับคอมพิวเตอร์
         หลายคนคงนึกถึงกล้องเล็กๆที่ติดอยู่บนขอบจอพับของโน้ตบุค
         แต่ผมไม่เคยนำมาใช้เลย แทบไม่รู้ไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามันจะถ่ายวิดีโอ เพราะยึดติดกับการถือกล้องกับมือมากกว่า ใจมันยึดติดกับ  “กล้องวิดีโอ”อย่างเดียว และคิดว่าสัญญาณวิดีโอมันต้องมาเป็น “แบบอนาล็อค” ไหลผ่านสายสัญญาณ AV (หัวแจ็คดอกบัวสีเหลือง)อย่างเดียว ไปให้เครื่องบันทึกDVDเขียนคลิปตามที่ทำมาหลายปีแล้ว

         เป็นความคิด"เก่าดั่งเดิม-ดัดานของผมเอง"

        วันนี้ ผมใช้มันแล้วครับ ไอ้เจ้า Webcam USB แม้จะช้ากว่าใครๆก็ยอมครับ
 
        โดยทั่วไป WebCamจะมีสาย USB ไว้เสียบใช้งานกับคอมพิวเตอร์ พอผมเสียบปุ๊บวินโดวส์ก็รันไดรเวอร์ปั๊บ  แป๊บเดียวก็มองเห็นในส่วนอุปกรณ์ Device Manager บอกท่านตรงๆว่า ผมไม่รู้อะไรกับWebcamบนเครื่องPC. จริงๆเอาเสียเลย   เพิ่งมาเจอลักษณะการใช้งานวันนี้เอง  ไม่สายเกินไปนะครับท่านผู้อ่าน

        วันนี้ ผมไม่เรียนรู้และไม่ยอมรับกล้องWebCamไม่ได้แล้วมันเป็นยุคDigital แล้ว อุปกรณ์ถ่ายวิดีโอแบบAnalogมันจะอยู่กับเราไม่ได้นานหรอก เห็นไหม วันนี้ มันไปแล้ว
       
        แล้วว่าจะใช้โปรแกรมอะไรมาเปิดดูหว่า
        ถาม Google อีกนั่นแหละ ก็ไปดูยูทูปแนะนำการเรียนออนไลน์ด้วยโปรแกรม OBS Studio Freeware ก็เลยลองโหลดมาใช้ดู
   โง่มาก่อนฉลาดเสมอ เมื่อครั้งสอนด้วยZoom มันก็ไม่เห็นต้องใช้โปรแกรมอะไร โน้ตบุคมันขึ้นภาพให้เราเอง เราก็ขลุกกับการเรียนการสอนหาได้มีใจมาคิดเรื่อง “ถ่ายวิดีโอ ร้องเพลง เล่นกีต้าร์”เหมือนปกติไม่
   ตอนนี้ผมก็เลยมาศึกษางานบันทึกวิดีโอด้วย OBS Studio ครับ
   โปรแกรม SOB Studio เป็นโปรแกรมจับบันทึกภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง และอื่นๆจากต้นแหล่งกำเนิดหลายอย่าง หลักๆคือจับจัญญาณภาพเคลื่อนไหวจากหน้าเลนส์กล้องเว็บแคมทั่วไปได้ ปรากฏในกรอบหน้าต่างของมัน
   ทำให้ผมนึกถึงโปรแกรมจับหน้าจอ(พร้อมเสียง)ที่ผมคุ้นเคยและใช้มากที่สุดคือ Fast Stone ตัวนี้ก็จับภาพวิดีโอบนหน้าจอคอมพ์ได้ แต่เราต้องคอนโทรลภาพนั้นแบบเต็มจอ(Full Screen) จะทำงานสลับกับ OBS กล่าวคือ  OBS จะจับภาพในกรอบที่ปรากฏภาพของมัน ไม่ว่ากรอบนั้นจะมีขนาดปกติไม่เต็มจอหรือเต็มจอ(Full Screen)ก็ตาม ผมว่า OBS ดูจะยืดหยุ่นกว่า FastStone นะครับ
   ทั้ง FastStoneและ OBS ต่างก็มีข้อดี ข้อเสียของตัวเอง แล้วแต่เราเลือกไปทำงานนะครับ
   ถ้าจะใช้เพื่อทำงานนำเสนอ(ปรีเซนต์) /งานบันทึกภาพ/  งานแสดงสด ผมว่า OBS ดีกว่า (ขออภัยที่ผมเอามะพร้าวมาขายสวน – สำหรับท่านที่รู้มาก่อนผมแล้ว)
   งานบันทึกวิดีโอ  “ร้องเพลง เล่นกีต้าร์” ของผมจึงเหมาะมากกับ OBS Studio ในยามอุปกรณ์กล้องวิดีโอแบบ Analog กำลังจะหมดความนิยมแล้วมีกล้องแบบ “WebCam” แบบ Digital เข้ามาแทนที่
   โปรแกรมจับหน้าจออย่าง OBS Studio พร้อมให้เราได้ “อัดวิดีโอ ร้องเพลง-เล่นกีต้าร์” ได้คุณภาพไม่น้อยหน้าจากกล้องAnalog เดิมๆที่ผมเคยใช้เลยหละครับ ต่อไปผมคงได้ส่งคลิปจากการถ่ายด้วยกล้องWebcamให้ท่านทั้งหลายชมกันแน่นอน
   บทนี้เป็นเพียง “การเริ่มต้นของการบันทึกภาพ Digital Video จากอุปกรณ์ Webcam ราคาย่อมเยาลงไปในคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่” โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ อ้อ ค่ำคืนวันนี้ ขอให้มีความสุขกับเทศกาล”ลอยกระทง”นะครับ
   ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันนะครับ พบกันตอนต่อไปครับ
   ขอบคุณครับ
 :thank1:

ใช้webcam มาอัดวิดีโอร้องเพลง  ประยุกต์มาจากการสอนออนไลน์ครับ





 :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 28 พฤศจิกายน 2021, 09:15:29 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๑๐๓ เรื่อง ทบทวนการเล่นมิกซ์ดิจิทัลเพื่อบันทึกเสียง(ตอนที่ ๙)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกและผู้สนใจ ที่เคารพรักทุกท่าน
   ระหว่างนี้ ผมจำเป็นต้องทบทวนและหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสัญญาณวิดีโออีกแล้วครับ  เพราะมีเหตุให้ต้องนำความรู้นั้นมาใช้แก้ปัญหาบางอย่าง ณ วันนี้ ทำให้ผมนึกถึงความจริงและความเจริญทางเทคโนโลยีการถ่ายภาพวิดีโอว่า จำเป็นต้องย้อนไปศึกษาและหาวิธีใช้เทคโนโลยีเก่าในอดีตมาเสริม เพิ่มเติม ปรับปรุงให้อยู่ได้กับสภาพเทคโนโลยีใหม่
   ในขณะเดียวกันสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นวัสดุและอุปกรณ์รองรับเทคโนโลยีถ่ายวิดีโอก็ถูกสร้างขึ้น มีมาให้เราเห็นอยู่เรื่อยๆ เพราะต้องนำมาชดเชยของเดิมที่เสื่อมสภาพ เสื่อมอายุการใช้งาน หรือเสียหายไป
   หากนึกย้อนไปสัก 20 ปี ราว พ.ศ.2544 เอาเฉพาะที่ผมอยากศึกษาเป็นการส่วนตัวนะครับ ไม่ใช่ในห้องสตูดีโอขนาดใหญ่  กล้องถ่ายวิดีโอสมัยนั้นยังเป็นชนิดม้วนเทป ตัวกล้องมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมากต้องนำขึ้นบ่าแบกถ่าย  ใช้เทปบันทึกสัญญาณ เรียกว่า แบบVHS

Panasonic M9500  และเทปชนิด VHS ขนาดใหญ่







รุ่น ถัดมาย่อส่วนเล็กลง ขนาดฝ่ามือกำถ่ายได้ เรียกว่า HandyCam ม้วนเทปขนาด 8 มม. Hi8

ตัวอย่าง กล้อง Sony CCD TRE98E Hi8 ผมซื้อเมื่อ 12 ธันวาคม 2544 ราคา 25,990.- บาท และ ม้วน เทป Hi8 Sony ม้วนละ 150.-บาท











และถัดมาเป็นแบบ HandyCam แบบม้วนเทปดิจิทัล (Mini DV)

ตัวอย่างกล้อง กล้อง Panasonic NV-GS150 ซื้อเมื่อ 2 มีนาคม 2549 ราคา 24,990.- บาท และม้วน เทป MiniDV













        ไม่ว่าทั้งแบบตัวใหญ่หรือตัวเล็กอย่าง HandyCam เวลาจะใช้งานต้องเตรียมม้วนเทปเปล่าไว้มากๆ เพราะถ่ายเต็มม้วนก็เก็บไว้ดู ถ้าเอามาถ่ายซ้ำจะทับของเดิมหายหมด
   แบบม้วนเทปเป็นสัญญาณอนาล็อค เสียหายง่าย ต้องเก็บไว้ไม่ให้ร้อนหรือเย็นชื้นมากเกินไป เชื้อราทำลายง่าย ผมต้องระวังมากยิ่งเป็นแบบ VHS ด้วยมันมีขนาดใหญ่ผมใช้บันทึกแล้วต้องหาตู้ลิ้นชักใหญ่ๆมาเก็บ เปลืองเนื้อที่มาก
   แบบ Hi8 และ MiniDV ก็ถือว่า ย่อส่วนมาจากVHS การใช้ก็คล้ายกัน แม้ว่า MiniDVจะมีลักษณะเป็นเทปสัญญาณดิจิทัล แต่การดูก็ต้องเพลย์ดูไม่ต่างจาก VHS และ Hi8 มีการเก็บรักษาก็คล้ายกับVHS



   ผมสรุปเลยว่า แบบม้วนเทป ยังไงๆก็เป็นอนาล็อค เพราะมันไม่เป็นไฟล์
   ผมมีหมดกล้องถ่ายวิดีโอแบบ VHS Hi8 และ MiniDV
   กล้องทุกตัวมีช่องสัญญาณออกเป็น AV_Out นำไปต่อดูกับที.วี.แบบอนาล็อค(โบราณ)  ไม่มีช่องออกแบบHDMI อย่างดิจิทัลเลยครับ
   ปัญหาการดูวิดีโอที่ถ่ายมาก็ชักจะยุ่งยาก ตั้งแต่หยิบม้วนเทปมาใส่เครื่องอ่านหรือกล้องถ่ายบันทึก  มาเปิดกรอให้มันหมุนถอยกลับมาเริ่มต้นม้วน หรือกรอเดินหน้าไปยังจุดที่ต้องการดูกลางๆม้วน ท้ายๆม้วน แล้วต่อสายAV_Out ออกไปต่อกับทีวี.อีที ดูแล้วดูเลย อยากจะมาดูด่วนๆก็อย่างว่านั่นแหละ ผมนำมาเปิดให้พ่อ แม่ ลูกหลาน ดูในบ้านแต่ละทีก็เตรียมเสียเวลามาก

        มันไม่เป็นไฟล์มาเปิดดูได้ทันทีนะซี

   ผมก็เริ่มหาเครื่องบันทึกวิดีโอจากม้วนมาเป็นไฟล์ สมัยนั้นก็มีทั้งชนิดบันทึกกับเครื่องโดยเฉพาะ ทั้งชนิดเป็นการ์ดเสียบลงบอร์ดภายในคอมพิวเตอร์  แต่ราคาแพงมากเลยหลัก 1 หมื่นบาททั้งนั้นครับ
        ตัวแรก ใจมันชอบ แพงก็ซื้อมา เป็นการ์ดตัดต่อของบริษัท Pinnacle Studio จำได้ว่าถูกที่สุดแล้วหละครับ ราคา 14,800.- บาท เมื่อ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2545 ราว 19 ปีมาแล้วจากร้าน บลูอายส์ สาขา ร้านจังหวัดเชียงใหม่ )  ณ วันนี้ในเมืองไทยไม่มีขายแล้ว ที่eBayมีครับ ดูราคาแล้ว แทบสลบครับ(ถูกลงมาก)
การ์ด Pinnacl Studio




   แล้วก็อัพเดทคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้มีสมรรถนะสูงขึ้น ผมจ้างช่างประกอบคอมพิวเตอร์ ใช้มันสมอง Intel Pentuim4 2.0 Hz Ram 8 Gb สมัยนั้นถือว่าสูงมากแล้วหละครับ
   เวลาจะแปลงวิดีโอในม้วนเทปมาเป็นไฟล์ก็ต้องเพลย์เล่นภาพจากม้วนเทปมาทางช่อง AV_Out เข้าไปให้โปรแกรมแคปเจอร์(Pinnacle)กดRecordไว้ พอหมดม้วนเทป ก็กดStop Record ได้เป็นไฟล์ชนิดสมบูรณ์ (*.AVI) ใหญ่มาก
   ใช้เวลาตามจริง คือถ้าเทปยาว 120 นาที ก็ต้องใช้เวลาแปลงเป็นไฟล์วิดีโอดิจิทัล 120 นาที เรียกว่า Real Time  คุณคิดว่าพอรับได้ไหมครับ
   สมัยนั้น ผมตื่นเต้นมาก ลืมเรื่องเวลาไปเลยครับ
   แค่เก็บมาเป็นไฟล์ดิจิทัลก็ใช้เวลาจริงตามนั้น แต่ถ้าตัดต่อธรรมดาก็Real Time ถ้าใส่เอฟเฟค เฟดอิน-เอ้าท์ หลายๆส่วน มันก็จะไม่ค่อยReal Timeนะครับ สุดท้ายพอเรนเดอร์เก็บไฟทั้งหมด บางคลิปใช้เวลาทั้งคืนครับ ประทับใจมากครับสมัยนั้น

        ต่อจากนั้น เริ่มมีเครื่องบันทึกสัญญาณวิดีโอมาในรูปแผ่นDVD และฮาร์ดดิสก์ ผมก็ซื้อแบบบันทึกลงแผ่นDVD อย่างเดียว เป็นไฟล์ *.vob Digital Video บันทึกได้แบบ Real Time เวลาจริง ราคาถูกลง เพียง 10,990.- บาท เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2550  หรือ 14 ปีมาแล้ว ใช้ดีคุ้มค่ามาก และก็ใช้มันบันทึกคลิป"ครูร้องเพลงเล่นกีตาร์"นำเสนอท่านตลอดมา นั่นแหละ เป็นเครื่องบันทึกวิดีโอ ยี่ห้อ Sony รุ่น RDR GX220 กับ รีโมท รุ่นSony RMT –D229P  บันทึกลงแผ่นDVD ทาง AV In/Out (เล่าไว้ในตอนที่ 99  หน้า 35)  ที่นี่ครับ https://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=107160.850

Sony รุ่น RDR GX220 กับ รีโมท รุ่นSony RMT –D229P







         เทคโนโลยีกล้องถ่ายวิดีโอถูกพัฒนาตามขั้นตอน รูปร่างหน้าตาเดิมของมันก็เปลี่ยนไปจากหนัก หนา ยาว ใหญ่ เปลี่ยนเป็นบอร์ดี้เบา บาง สั้น เล็ก จับกระชับมือ มีหน้าเลนส์เป็นประบอกเด่นชัดก็ถูกปรับเปลี่ยนมาให้เล็กลง ซ่อนรูปอยู่ในบอร์ดี้ เรียกว่า Handy Cam เช่นที่ผมใช้อยู่ 2 รุ่น ดังกล่าว  (ไม่นับรวมกล้องถ่ายวิดีโอในอุปกรณ์อื่น เช่นในโทรศัพท์มือถือนะครับ เวลาจับถ่ายก็ตั้งๆขึ้นทำท่าถ่ายแปลก(สำหรับคนรุ่นเก่า)คนรุ่นใหม่เกิดมาก็รู้จักถ่ายวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือแล้วทันที  ไม่ต้องรู้มากว่านี้ กดปุ่มก็ถ่ายได้ กดใหม่ก็หยุดถ่าย ได้เป็นไฟล์ขึ้นมาก็เพลย์ดูไป ไม่ใช้ก็ลบทิ้งไป ส่วนที่เป็นสื่อที่ใช้เก็บไฟล์ก็อยู่ในเครื่อง รู้แค่นี้  นี่คือความสะดวกสบายของDigital Video)
   
         กล้องถ่ายวิดีโอยุคใหม่นี้ราคาถูกลงมาก มีขายกันทั่วไปในร้านขายออนไลน์ที่มีชื่อเสียง มีหลากหลายรุ่น หลายขนาด แต่ที่สังเกตง่าย คือ ขนาดเล็กลง น้ำหนักเบา และราคาถูก คุณภาพของวิดีโอก็ดี ใช้ได้ทีเดียวครับ









   เมื่อถ่ายวิดีโอแล้ว สัญญาณจะลงไปเก็บในการ์ดหน่วยความจำ(เมมโมรี่ สติ๊ก แบบ SD การ์ด) เป็นไฟล์ Digital Video ไม่ต้องเสียเวลามาเพลย์ไปแกลงไฟล์ ส่วนช่องปล่อยสัญญาณวิดีโอจะเป็นช่องHDMI(ย่อมาจากHigh Definition Multimedia Interface) แบบความละเอียดสูง HD ไม่มีแบบ AV_Out แล้ว นั่นหมายถึงสิ้นสุดระบบม้วนเทปอนาล็อค
(แทรกรูปพอร์ท HDMI)


   ในอดีต เรามีสัญญาณวิดีโอแบบอนาล็อค ที่รู้จักกันมาก 2 ระบบ คือ
        1.NTSC ย่อมาจาก The National Television System Committee
        เริ่มใช้ปี พ.ศ. 2483 เป็นระบบสัญญาณภาพแบบแรกที่กำเนิดขึ้นบนโลกเลยก็ว่าได้ โดย NTSC จะมีจำนวนเส้น ( TV line ที่ 525 TV line ที่แนวนอน และ 480 เส้นที่แนวตั้ง) และมีจำนวนภาพต่อวินาทีที่ 30 ภาพ Frame per Second และที่สำคัญ ระบบนี้จะใช้ในไฟบ้านที่ กระแสไฟ 110V/60Hz ให้รายละเอียดภาพรวม ( 720 x 480 ) เท่ากับ 345, 600 จุด มีอัตราส่วนของการแสดงภาพ 1.5:1 ( 3:2 ) สรุปค่าได้ 0.34 MegaPixel

        2.PAL ย่อมาจาก Phase Alternating Line
        พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรชาวเยอรมันชื่อ Walter Bruch ในปี 1963(พ.ศ.2506) แต่เริ่มเอามาใช้ในเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนสิงหาคมปี 1967(พ.ศ.2510) โดย Pal จะมีจำนวนเส้น ( TV line ที่ 625 เส้น ที่แนวนอน และ 576 เส้นที่แนวตั้ง และมีจำนวนภาพต่อวินาทีที่ 25 ( 25 frame per second ) มีการแยกแบนด์วิชระหว่างภาพและเสียง และใช้กับไฟที่จำนวน 220V/50Hz ให้รายละเอียดภาพรวม ( 720 x 576 ) เท่ากับ 414, 720 จุด ( หรือ 768 x 576 = 442, 368 จุด ) มีอัตราส่วนของการแสดงภาพใกล้เคียงมาตรฐาน 4:3 สรุปค่าได้ 0.41 MegaPixel หรือ 0.44 MegaPixel

        มาถึงตรงนี้สรุปว่าเรารู้จัก NTSC กับ PAL กันบ้างแล้ว ถ้าใครไม่ได้ไปติดตั้งกล้องวงจรปิดในแถบประเทศพวก เมกา ญี่ปุ่น แคนาดา ที่ใช้ไฟ 110/60Hz ก็ให้เลือกเป็น PAL ซึ่งเป็นสัญญาณภาพที่ใช้กับไฟในประเทศไทยนั้นเองนะครับ

        ข้อสังเกต ถ้าหากว่าระบบโทรทัศน์ กับ เครื่องเล่นที่ต่อเข้ากันจะต้องเป็นระบบภาพเดียวกัน ถ้าเป็น PAL ก็ต้อง PAL กันทั้งคู่ หรือถ้าเป็น NTSC ก็ต้อง NTSC แต่ถ้าเกิดว่าใครต่อเข้าไปแล้วเกิดภาพขาว-ดำ ก็ให้ปรับทีวี จะมีพวกโหมดภาพให้เลือกอย่าง PAL PAL60 NTSC SECAM เป็นต้น
   
        มีอีกระบบหนึ่ง คือ SECAM
        ระบบ SECAM ย่อมาจาก System Electronique Pour Couleur Avec Memoire หรือ Sequential Color and Memory พัฒนาขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปี 1967 (พ.ศ.2510) มาตรฐานนี้มีจำนวนเส้นแนวนอน 625 เส้น และแนวตั้ง 576 เส้น มีการส่งสัญญาณหลายแบบ แต่ละแบบจะส่งสัญญาณภาพและเสียงแยกแบนด์วิธกัน เช่น แบบ B, D ส่ง VHF แบบ G, H, K ส่ง UHF แบบ I, N, M, K1, L ส่งทั้ง VHF/UHF และแต่ละแบบจะใช้เครื่องรับสัญญาณต่างกัน และยังใช้เส้นทีวีไลน์มากถึง 800 – 1000 เส้น โดยระบบนี้ใช้ไฟ 60Hz แต่ว่า ความถี่นั้น ใช้แถบความกว้างมาก จนมีช่องไม่กี่ช่องที่สามารถใช้ได้ ทำให้ไม่เป็นที่นิยม และไม่มีรูปแบบ SECAM ในตัวเลือกของเครื่องบันทึกแบบ StandAlone ในปัจจุบันมากนัก
   
        ผมมีกล้องถ่ายวิดีโอแบบม้วนเทปอนาล็อค ระบบ NTSC อยู่ตัวหนึ่ง  คือ Panasonic NV-GS150S ซื้อมาเพื่อทดแทนเจ้าตัวหนึ่งที่หมดอายุราชการ  เห็นเป็นของญี่ปุ่นแท้ ใหม่ ราคาถูก ไม่เกิน 3,000.- บาท (จากร้านขายออนไลน์ชื่อดัง) 



{

Panasonic NV-GS150S NTSC





   กล้องตัวนี้ เวลาเราเปิดจอและเลนส์ในโหมถ่ายภาพ จะเป็นสีสันธรรมชาติสวยงานนะครับ แต่พอต่อสัญญาณออกทางช่องAV_Out ไปเข้าที่ช่องAV_Inของที.วี. ปรากฏว่าเป็นสีขาว-ดำครับ บางคนไม่รู้นึกว่ากล้องตัวนี้ผิดปกติหรือไม่ก็เสียแล้ว ตกใจ บางคนเห็นสีสันมันแล้วถึงกับมองด้วยหางตาเป็นเชิงเหยียดๆนิดหนึ่ง(ในใจคงดูหมิ่นว่า ล้าสมัยทั้งสื่อเก็บและสีสัน  หนอ.....)

[/url

   ภาพบนทีวี.จะเป็นขาวดำไปได้ไง ทั้งๆที่จอภาพของกล้องก็สีธรรมชาติ ถ่ายรูปลงเมมโมรีสติ๊ก เปิดมาดูก็เป็นสี ใจเย็นๆหน่อยครับ
   ย้อนไปดูข้อสังเกตครับ
   เหตุที่เป็นสีขาวดำ เพราะ ที.วี.ที่คุณนำมาต่อ มันเป็นระบบ PAL มันไม่แมทกับกล้องที่เป็นระบบ NTSC ครับ
   กล้องถ่ายโรงงานเขาผลิตชิปประมวลผลเป็นระบบ NTSC ถาวรไม่มีสวิทช์เลือกให้เป็นPAL ครับ และช่างเผอิญที.วี.ของเราไม่มีระบบให้เลือกรับสัญญาณเป็น PAL ด้วย จบเห่เลยครับ
   
         ปัจจุบันมีอุปกรณ์สนับสนุนระบบสัญญาณวิดีโอมาขายในท้องตลาดมากมาย โดยเฉพาะร้านขายสินค้าออนไลน์ชื่อดัง พบหลากหลายมากแบบ ราคาก็ถูกใจ (ไม่เกิน 200.-บาท)
   ตัวนี้ครับ สามารถทำให้ที.วี.เก่า(ระบบPAL)รับสัญญาณจากกล้องถ่ายแบบNTSCได้ มัน คือ ตัวแปลง Av to HDMI
(แทรก รูป ตัวแปลง Av to HDMI )
[url=https://postimages.org/]




   ผลักสวิทช์มาที่ PALแล้วใช้สาย HDMI มาต่อพ่วงกับที.วี.ใหม่ จอแบนที่มีช่องรับเป็นHDMI ด้วยนะครับ สีธรรมชาติจะปรากฏ
   งั้นที.วี.เก่า เครื่องนี้หละทำไงจะได้ดูสีธรรมชาติ
   มีวิธีครับ ก็หา กล่องแปลงสัญญาณ HDMI To Av มาแปลงกลับไปสิโดยต่อพ่วงจากตัว Av To HDMI ด้วยสายHDMI จะได้หัวต่อเป็น Av_Out ไปต่อเข้ากับ Av_Inที่ที.วี.เก่าของเรา

(แทรก รูป ตัวแปลง HDMI To Av )




   หรือใครที่มีที.วี.เก่า ไม่มีช่อง HDMI  ก็ต้องเลือกซื้อหา กล่องแปลงสัญญาณ สลับระบบ NTSC - PAL แบบ หัว-ท้ายเป็นAv  แบบนี้มาใช้เสียครับ ราคาไม่เกิน 300.- บาท
(แทรก รูป ตัวแปลงอนาล็อค สลับ NTSC - PAL )




   แค่เพียงตัวแปลงเล็กๆนี้ก็สามารถแก้ปัญหาสีขาวดำจากกล้องถ่ายวิดีโอ NTSC จากญี่ปุ่นราคาถูก บนทีวีบ้านเราได้แล้วนะครับ




   ถือว่า ระบบ HDMI(ในตัวแปลงเล็กๆนั้น) ปัจจุบันมาช่วยให้คนนิยมภาพวิดีโอแบบเก่าๆมีชีวิตชีวามากขึ้น ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่พิสมัยโทนสีวิดีโอแบบเก่าๆนั้น ต้องขอขอบคุณผู้พัฒนาระบบ HDMI มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
   คราวหน้า ผมจะนำเรื่องราวของ HDMI มาเล่าต่อนะครับ
ขอบคุณ ทุกท่านที่ติดตามครับ
สวัสดีครับ  :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 1 ธันวาคม 2021, 20:44:55 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๑๐๔ เรื่อง การเตรียมระบบวิดีโอถ่ายภาพและบันทึกเสียง(ตอนที่ ๑)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกและผู้สนใจ ที่เคารพรักทุกท่าน
   สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้สนใจทุกท่าน ตอนนี้ต้องเปลี่ยนชื่อตอนแล้วหละ เป็นเรื่อง การเตรียมระบบวิดีโอถ่ายภาพและบันทึกเสียงร้องเพลง เล่นดนตรีeXtreme Karaoke  ตอนที่ 1
   ที่ต้องเป็นตอนที่ 1 เพราะผมจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของระบบสัญญาณโทรทัศน์หรือวิดีโอ ณ วันนี้ ปีนี้ พ.ศ.2564 เฉพาะที่ผมเก็บเรื่องราวและกำลังศึกษาอยู่คนเดียวนี้นะครับ
        บางท่านก้าวหน้าไปไกลกว่าผมแล้ว ต้องขออภัยนะครับ
        และผมก็จำกัดอยู่ในห้องบันทึกเสียงวิดีโอส่วนตัวในบ้าน ไม่ใช่สตูดิโอหรูหรา ราคาเป็นแสนขึ้นไปนะครับ งบน้อยกว่าครึ่งแสนก็ได้นะ เอ้า
   
        เริ่มกันเลยนะครับ
        ระบบสัญญาณวิดีโอและจอแสดงผลของสัญญาณมีการพัฒนามาเป็นลำดับ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่นคอมพิวเตอร์ เป็นต้น คือ จากระบบเก่าที่เป็นสัญญาณอนาล็อค(Analog)อย่าง NTSC /PAL กลายมาสู่ระบบใหม่ที่เป็นสัญญาณดิจิทัล(Digital) อย่าง HDTV ขณะที่อุปกรณ์รองรับสัญญาณคือจอภาพหรือเครื่องรับโทรทัศน์(TV.)ก็มีการผลิตมารองรับตามพัฒนาการนั้นด้วย
        ส่งผลให้มีจอภาพหรือเครื่องรับโทรทัศน์ระบบสัญญาณเก่า(Analog) มีใช้งานทนทานอยู่ในห้วงเวลาเดียวกับที่มีระบบสัญญาณใหม่(Digital/HD TV.)
       
        พูดง่ายๆคือ มีที.วี./มีเครื่องบันทึกวิดีโอ/กล้องถ่ายวิดีโอระบบอนาล็อค(AV_เก่า) ในเวลาเดียวกันกับที่มีที.วี./เครื่องบันทึกวิดีโอ/กล้องถ่ายวิดีโอระบบดิจิทัล(HDTV_ใหม่)
       
        วิศวกรจึงต้องสร้างอุปกรณ์มาเพื่อให้อุปกรณ์สองระบบนี้ ทำงานได้ด้วยกัน ทั้งอนาล็อคและดิจิทัล

        ตอนที่แล้วผมจึงเสนอตัวอย่าง กล่องแปลงสัญญาณวิดีโอ โดยใช้กล่อง Av To HDMI   กล่อง HDMI To Av และกล่องแปลงสัญญาณและสลับระบบ NTSC กับระบบ PAL มานำเสนอวิธีใช้ให้เห็นจริงกันไปแล้ว
        อุปกรณ์เหล่านี้ หาซื้อได้สะดวก รวดเร็ว ราคาสบายกระเป๋าตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ ไอ.ที. หรือในตลาดออนไลน์ที่มีชื่อเสียงขณะนี้

        ทั้งหมดทั้งมวลที่เราอยู่ร่วมกันได้ก็ต้องยกความดีให้กับ  “ HDMI” หละครับ



        HDMI  จึงเป็น  “ความน่าสนใจของเรายุคโควิด-19 นี้ยิ่งนัก”

        HDMI มาตรฐานวิดีโอใหม่ สำคัญที่ต้องรู้
        โลกของเทคโนโลยีนับวันก็จะยิ่งพัฒนาไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพ ขนาด รวมถึงความสะดวกสบายในการใช้งานที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ในเรื่องของการเชื่อมต่อจำพวกพอร์ต คอนเน็กเตอร์หรือสายเคเบิลต่างๆ ก็ได้มีการพัฒนาไปด้วยเช่นเดียวกันเพื่อให้รองรับการส่งข้อมูลที่มีปริมาณมากขึ้นได้อย่างเต็มที่ อย่างในสมัยก่อนที่เราอาจจะใช้คอมพิวเตอร์ที่ต่อผ่านทางพอร์ต  D-Sub หรือที่เรียกกันว่า VGA จากนั้นก็มาเป็น DVI ซึ่งส่งข้อมูลแบบดิจิตอล ให้คุณภาพที่สูงมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
        มาถึงยุคนี้คงจะหนีไม่พ้นมาตรฐานใหม่ที่เรียกกันว่า HDMI ซึ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากอุปกรณ์ต่างๆ ในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นกราฟิกการ์ดที่ใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรือจะเป็นเครื่องมีเดียเพลเยอร์รุ่นทอปๆ รวมถึงจอแบบ LCD TV ทั้งหลายก็เริ่มมีการติดตั้งอินเทอร์เฟซแบบ HDMI นี้ลงไปแล้วเช่นกัน



        กล้องถ่ายวิดีโอก็เช่นกัน ดังที่ผมนำเสนอในบทก่อน ว่า ตัวนำสัญญาณที่เริ่มจากสาย AV (RCA)ที่แยกกันระหว่างภาพและเสียง มาเป็นสายเดียวรวมทั้งภาพและเสียง แบบ IEEE 1394 เป็น DV เป็น USB และ ก็ที่เป็น HDMI ในปัจจุบัน



        การพัฒนาของช่องนำสัญญาณวิดีโอก็จะคาบเกี่ยวกัน อย่างปัจจุบัน ถ้าพิมพ์Google หา “กล้องถ่ายวิดีโอดิจิทัล (หรือ บางคนติดคำว่า “ดิจิตอล” )  กดEnterปรึบ จะขึ้นมาเลย อย่างนี้











        ช่องส่งถ่ายข้อมูลสัญญาณดิจิทัลวิดีโอ จะมีให้เห็นเป็นมาตรฐาน เช่น
        1. แบบ ยังมี AV_Out ควบคู่กับ USB





        2. แบบที่ตัด AV_Out ออกไป คงมีเฉพาะ USB กับ HDMI





        ที่มีเหมือนกันแน่นอน คือ หน่วยความจำ เมมโมรี่สติ๊ก หรือ SD การ์ด มาแทนม้วนเทปอย่างสมบูรณ์
       
        นี้จะไม่ให้ผมสนใจเจ้า “HDMI” ได้อย่างไรครับท่าน

        งั้น เรามาดูซิว่า HDMI มีที่มาอย่างไร ติดตามมานะครับ

HDMI คืออะไร
        มันคือ “ระบบส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูง”  HDMI ย่อมาจาก High Definition Multimedia Interface
        ระบบส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูง หรือ HDMI - High-Definition Multimedia Interface เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อในการส่งสัญญาณภาพวีดิทัศน์ความละเอียดสูงทั้งแบบไม่ถูกบีบอัด (Uncompressed) และถูกบีบอัด(Compressed) หรือส่งเสียงดิจิทัลแบบไม่ถูกบีบอัดจากอุปกรณ์ต้นกำเนิดออกสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าปลายทาง เช่น การส่งภาพไปยังจอคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ระบบดิจิทัล หรืออุปกรณ์ระบบเสียงดิจิทัลโดย  HDMI เป็นระบบการส่งภาพและเสียงแบบดิจิทัลที่มาแทนระบบการส่งภาพและเสียงแบบแอนะล็อก เช่น หัวต่ออาร์ซีเอ



        มาตรฐาน HDMI เป็นมาตรฐานการส่งข้อมูลที่ทาง Sony, Hitachi, Thomson (RCA), Philips, Matsu***a (Panasonic), Toshiba และ Silicon Image ได้พัฒนาขึ้นโดยการร่วมมือและถูกคิดค้นร่วมกันของของฟิลิปส์, ทอมสัน (อาร์ซีเอ), โซนี่, ฮิตาชิ, พานาโซนิค, โตชิบา และซิลิคอนอิมเมจ เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2549  ให้ชื่อว่า HDMI
        HDMI เป็นตัวย่อที่ย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface  ซึ่ง ความหมายของมันก็ตรงประเด็นครับ   คือเป็นการเชื่อมต่อสำหรับมัลติมีเดียความละเอียดสูงนั่นเอง และด้วยความที่มันได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับมัลติมีเดียนั่นเอง
        พอร์ตจะรองรับระบบตรวจสอบและป้องกันข้อมูลที่เรียกว่า การคุ้มครองเนื้อหาดิจิทัลที่มีอัตราการส่งถ่ายข้อมูลกว้าง (HDCP) ที่มีข้อมูลจำเพาะรุ่น 1.10 ซึ่งจะใช้เพื่อตรวจสอบมาตรฐานของอุปกรณ์การแสดงผลที่ใช้



        HDMI นี้มาจากระบบสัญญาณโทรทัศน์ความละเอียดสูง    (HDTV) ซึ่งมาจากการพัฒนาระบบการส่งสัญญาณโทรทัศน์ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 ระบบได้แก่
        1.ระบบ NTSC (National Televion Standards Committee)
        2.ระบบ PAL (Phase Alternation Line)
        3.ระบบ SECAM (SEQuentiel A Memoire("memory sequential")
        4.ระบบ HDTV (High-definition television) 


1. ระบบ NTSC (National Televion Standards Committee)
        เป็นระบบโทรทัศน์สีระบบแรกที่ใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปีค.ศ.1953(พ.ศ.2496) ประเทศที่ใช้ระบบนี้ต่อ ๆ มาได้แก่ ญี่ปุ่น แคนาดา เปอเตอริโก้ และเม็กซิโก เป็นต้น
    ข้อดี   สามารถมองเห็นภาพได้ 30 ภาพ / วินาที ทำให้การสั่นไหวของภาพลดน้อยลง 
    ข้อเสีย  ส่วนข้อเสีย นั้นเกิดจากการที่เส้นสแกนภาพมีจำนวนน้อย หากใช้จอภาพเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีขนาดใหญ่รับภาพจะทำให้รายละเอียดภาพมีน้อย ดังนั้นภาพจึงขาดความคมชัดและถ้าใช้เครื่องรับโทรทัศน์ขาว-ดำ สัญญาณสีที่ความถี่ 3.58 MHz จะเกิดการรบกวนสัญญาณขาว-ดำ ทำให้เกิดความผิดเพี้ยนของสี
2. ระบบ PAL (Phase Alternation Line) 
        เป็นระบบโทรทัศน์ที่พัฒนามาจากระบบ NTSC ทำให้มีการเพี้ยนของสีน้อยลง เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปีค.ศ.1967 (พ.ศ.2510) ในประเทศทางแถบยุโรป คือ เยอรมันตะวันตก อังกฤษ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม บราซิล เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และมีหลายประเทศในแถบเอเซียที่ใช้กันคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมไปถึงประเทศไทยก็ใช้ระบบนี้
    ข้อดี  เป็นระบบที่ให้รายละเอียดของภาพสูง ไม่มีความผิดเพี้ยนของสี ภาพที่ได้เป็นธรรมชาติ ความเข้มของภาพสูง (High Contrast)
     ข้อเสีย    คือภาพที่มองเห็นมีความสั่นไหวมากกว่าระบบ NTSC เนื่องจากภาพที่มองเห็น 25 ภาพ/วินาที
3. ระบบ SECAM (SEQuentiel A Memoire("memory sequential")
       เป็นระบบโทรทัศน์อีกระบบหนึ่งคิดค้นขึ้นโดย Dr.Henry D.France เริ่มใช้มาตั้งแต่ปีค.ศ.1967 (พ.ศ.2510) นิยมใช้กันอยู่หลายประเทศแถบยุโรปตะวันออก ได้แก่ ฝรั่งเศส อัลจีเรีย เยอรมันตะวันออก ฮังการี ตูนีเซีย รูมาเนีย และรัสเซีย* เป็นต้น *ระบบ SECAM ที่รัสเซียใช้มี 625 เส้น
    ข้อดี  เป็นระบบที่ไม่มีความผิดเพี้ยนของสี รายละเอียดของภาพมีคุณภาพสูงเทียบเท่ากันระบบ PAL
     ข้อเสีย  ภาพจะมีการสั่นไหวเหมือนระบบ PAL เกิดมีสีรบกวนในขณะรับชมรายการได้
       
        ระบบโทรทัศน์สีที่ใช้งานทั่วโลก ในระบบแอนะล็อกยังมีการแบ่งย่อยจากระบบใหญ่ๆ ทั้ง 3 ระบบดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมของกระแสไฟฟ้าที่แต่ละประเทศใข้งาน และความเหมาะสม กับประเทศที่ใช้งานกำหนดโดยสหภาพวิทยุโทรคมนาคม (ITU) เช่นกระแสไฟฟ้า 60 Hz จะใช้ระบบสัญญาณโทรทัศน์สี Field frequency 60 Hz และกระแสไฟฟ้า 50 Hz จะใช้ระบบสัญญาณโทรทัศน์สี Field frequency 50 Hz ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่ใช้รบกวนสัญญาณภาพ
       ระบบสัญญาณโทรทัศน์สีที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน มีคุณภาพสัญญาณที่ดีไม่พบข้อเสีย ดังนั้นในการพิจารณาใช้งานระบบใดระบบหนึ่งก็อาจมีสาเหตุ มาจากเหตุผลอื่นๆ เช่น เหตุผลทางด้านเศรษฐกิจการลงทุนในการผลิต และการใช้เครื่องรับโทรทัศน์เป็นจำนวนมากแล้วถ้าหากจะเปลี่ยนระบบอาจต้องลงทุนสูง เหตุผลทางด้านการเมือง อาจได้รับการสนับสนุนจากประเทศมหาอำนาจให้ใช้ระบบใดระบบหนึ่ง

        บทสรุป สัญญาณโทรทัศน์สีในระบบต่างๆที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีหลักการออกแบบคล้ายกัน คือ การส่งโทรทัศน์สีจะต้องทำให้เครื่อรับโทรทัศน์ขาว-ดำและเครื่องรับโทรทัศน์สีรับสัญญาณได้ โดยสัญญาณที่ส่งออกอากาศจะต้องเป็นสัญญาณเดียวกัน ส่วนคุณภาพของภาพโทรทัศน์นั้นขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางเทคนิคการกำหนดภาพที่เหมาะสมมี 2 ระบบหลัก คือ 25 ภาพ/วินาที และ 30 ภาพ/วินาที สัญญาณโทรทัศน์สีในระบบแอนะล็อกนี้จะถูกเปลี่ยนเข้ารหัสเป็นระบบดิจิทัล ก่อนที่จะส่งเป็นสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

4. ระบบ HDTV (High-definition television)   
      โทรทัศน์ความละเอียดสูง เป็นการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ที่มีความละเอียดของภาพมากกว่าสัญญาณโทรทัศน์แบบดั้งเดิม (NTSC, SÉCAM, PAL) สัญญาณจะถูกแพร่ภาพในระบบโทรทัศน์ระบบดิจิทัล การถ่ายทอดสัญญาณภาพ HD เกิดขึ้นครั้งแรกของโลกในช่วงปี ค.ศ.1980 (พ.ศ.2523)สถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศระบบ HD แห่งแรกของโลกคือสถานีโทรทัศน์ NBC ของสหรัฐอเมริกา จากนั้นเริ่มแพร่หลายไปใน ยุโรป ช่วงยุคปี ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535)ในปัจจุบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมามีข้อบังคับอยู่ว่าโทรทัศน์ที่ถูกผลิตหลังจากนี้เป็นต้นไปจะต้องมีตัวรับสัญญาณแบบ HDTV อยู่ในตัวด้วย และสัดส่วนเป็น 16:9 ทั้งหมด

        ประเทศไทยกับระบบเอชดี(HDTV)เริ่มทดลองเป็นครั้งแรกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โดย ทรูวิชั่นส์ และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2553 ไทยเป็นประเทศที่สามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มออกอากาศโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแบบเอชดี สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินนั้นยังไม่มีการออกอากาศระบบเอชดี เพราะต้องรอกสทช. อนุญาตในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลเสียก่อน

         ทรูวิชั่นส์ได้ออกอากาศด้วยระบบ HD อย่างเป็นทางการเมื่อ 12 เมษายน พ.ศ. 2553 ในระบบดาวเทียม เครือข่ายไทยคม 5 ระบบ Ku-Band ด้วยเทคโนโลยี โทรทัศน์ระบบดิจิทัล DVB-S2 แบบ MPEG-2/HD และในระบบเคเบิลทีวีระบบดิจิทัล DVB-C2 โดยเริ่มแรกที่เปิดให้บริการมี 3 ช่อง HD คือ True Sport HD, HBO HD และ True Reality HD และในปีช่วงกลางปี พ.ศ. 2554 ได้เพิ่มช่อง HD อีก 8 ช่อง คือ True Sport HD2, National Geographic Channel HD, Discovery HD World, Star Movies HD, Fox Family Movies HD, AXN HD, KMTV HD และ I Concerts HD โดยผู้รับต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับระบบ HD
        ทรีบรอดแบนด์ ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีบริการ 3BB HDTV แบบบอกรับเป็นสมาชิกบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ลูกค้า โดยสามารถต่อ อุปกรณ์ Set Top Box เข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ที่รองรับเพื่อรับชมรายการต่างๆ ซึ่งถือเป็น HDTV ด้วยเทคโนโลยี โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ไอพีทีวี
       
ความแตกต่างของ DIGITAL TV กับ ANALOG TV
        1. คุณภาพของสัญญาณภาพ   สัญญาณภาพของระบบ Digital TV จะมีคุณภาพดี คมชัด อยู่เสมอ ต่างกับระบบ Analog TV ที่สัญญาณจะเปลี่ยนไปตามระดับความแรงของสัญญาณที่รับได้
        2. คุณภาพของภาพ  คุณภาพภาพในระบบ Digital TV จะสูงมากกว่าระบบ Analog TV  โดย เปรียบเทียบ ดังนี้
                ระบบ Digital TV ความละเอียดของภาพสูงสุดจะอยู่ในระดับ Full High Definition (Full HD)    1080p – Picture is 1920 x 1080 pixels, sent at 60 frame/sec
               ส่วนในระบบ Analog TV ความละเอียดของภาพสูงสุดจะอยู่ในระดับเพียง Standard definition (SD) 480p – Picture is 704 x 480 pixels, sent at 60 complete frame/sec เท่านั้น
              ในส่วนของอัตราส่วนของภาพ ระบบ Digital TV จะเป็น จอกว้าง 16:9 แต่ระบบ Analog TV จะเป็นเพียง 4:3 เท่านั้น
        3. คุณภาพเสียง  Digital TV จะส่งสัญญาณเสียงมาในระบบ Surround 5.1 channels  ขณะที่Analog TV จะส่งสัญญาณเสียงมาในระบบ Stereo 2 channels
        4. ประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่  ใน 1 ช่องความถี่ ขนาด 8 MHz ถ้าถ่ายทอดสัญญาณด้วยระบบ Analog TV จะส่งช่องรายการได้เพียงช่องรายการเดียว แต่ในขณะที่ระบบ Digital TV (DVB-T) ส่งสัญญาณในแบบ SDTV ได้ 8-10 รายการ หรือ HDTV 2 รายการ + SDTV 2 รายการ จึงเป็นการใช้งานคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า1 ช่องสัญญาณ (8 MHz)                                                               
        5. รองรับรูปแบบบริการใหม่ๆ   การให้บริการ Features ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนการแพร่สัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินไปสู่ระบบ Digital ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริการที่ยังไม่เคยมีให้บริการมาก่อนในประเทศไทย เช่น Data broadcasting, Interactivity, Multimedia, Emergency warnings ฯลฯ

        HDMI ส่งถ่ายข้อมูลด้วยสาย



        ก่อนเข้าสู่เรื่องสาย HDMI ขอพูดกันด้วยเรื่องสายอนาล็อกก่อน สัญญาณวีดีโอแบบอนาล็อกที่ส่งผ่านสายนั้นจะเป็นกระแส ไฟที่เป็นแบบ 1 volt peak to peak หรืออธิบายง่ายๆ ว่า ถ้าเราวัดความต่างศักย์ของกระแสในสายเส้นนี้ที่ voltage ต่ำสุดกับที่ voltage สูงสุด เราจะวัดได้ 1 volt พอดี สัญญาณอนาล็อกจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตามช่วงเวลา (slices of time) ซึ่งจะตรงกับจำนวน “เส้น (lines)” ของสัญญาณที่ส่งไปยังทีวี ผมจะขอไม่ลงในรายละเอียดตรงส่วนนี้ เพราะค่อนข้างเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อน

        พูดง่ายๆ ก็คือ สัญญาณอนาล็อก จะประกอบไปด้วย “front porch” หรือสัญญาณส่วนหน้า ซึ่งสัญญาณส่วนนี้จะเป็นสัญญาณที่บอกคุณลักษณะของสัญ ญาณวีดีโอที่ปล่อยมาจาก แหล่งปล่อยสัญญาณ ซึ่งสัญญาณในส่วนนี้จะช่วยทีวีของคุณในการกำหนดระดับ สีดำ (black level) ของวีดีโอที่จะแสดงบนทีวี และต่อจาก front porch ก็จะเป็นในส่วนของสัญญาณภาพ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นเส้นๆ (lines) โดยจะแบ่งเป็น 455 half cycles ต่อเส้นสัญญาณ 1 เส้นที่แสดงบนทีวี

        สัญญาณอนาล็อกที่ถูกส่งไปยังทีวีนั้น จะประกอบด้วยข้อมูลของเส้นสัญญาณภาพที่ทีวีจะนำไปแสด งให้คุณเห็น และยังประกอบด้วยสัญญาณข้อมูลอื่นๆ ที่ทีวีไม่แสดงให้คุณเห็น เช่น close captioning และ test signal เป็นต้น
        หากเราใช้เครื่องมือ (scope) ในการดูสัญญาณอนาล็อกที่ส่งไปยังทีวี เราจะเห็น waveform  หรือ “คลื่น” ที่เห็นในภาพ เป็น waveform ของสัญญาณอนาล็อก ถ้าเราจ้องไปที่ timeslice (ช่วงใดช่วงหนึ่งของคลื่น) เราจะเห็นว่าในช่วงนั้นสัญญาณมันมีความต่างศักย์เท่าใด

   ด้วยเหตุนี้ สัญญาณอนาล็อกจะถูกรบกวนได้ง่าย และผสมปนเปไปกับสัญญาณที่เข้ามารบกวนนั้น ซึ่งเมื่อการรบกวนเกิดขึ้น ก็จะทำให้มี noise เพิ่มเข้าไปในสัญญาณ และยิ่งมี noise ในสัญญาณมากขึ้นเท่าไหร่ ภาพที่แสดงบนโทรทัศน์ก็จะด้อยคุณภาพลงเท่านั้น เราจะเริ่มเห็นเอฟเฟคท์แปลกๆ บนภาพ เช่น จุดลายๆ (snow), เส้นต่างๆ และสีที่ผิดเพี้ยน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะว่า waveform ที่ส่งผ่านสายถูกรบกวนจนมีผลให้สัญญาณที่ส่งมาจากแหล่งกำเนิดผิดเพี้ยนไป

        เมื่อเราเข้าสู่ยุคดิจิตอล ที่ส่งผ่านสาย HDMI ข้อมูลที่ส่งผ่านสายสัญญาณจะถูกเข้ารหัส (encoded) ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนกับแบบอนาล็อก โดยข้อมูลที่ส่งผ่านสายจะเป็นชุดของบิท (bits) หรือพูดง่ายๆ คือ สัญญาณที่ส่งจะเป็นรหัสที่แสดงว่าข้อมูลเป็น ON หรือ OFF เท่านั้น โดยมันไม่สนใจว่าที่ timeslice นั้นๆ จะมีความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็น 4.323 โวลต์ หรือ 4.927 โวลต์ สิ่งที่มันสนใจอย่างเดียวคือว่าสัญญาณตรงนั้นเป็น on หรือ off เท่านั้น



        นี่ล่ะครับสัญญาณดิจิตอล ในแต่ละ slice ของสัญญาณ บิทไหนที่ขึ้นสูง (high) สัญญาณจะเป็น on และบิทไหนที่ลงต่ำ (low) สัญญาณก็จะเป็น off
        ด้วยเหตุ นี้ ถึงเราจะผสม noise จำนวนเล็กน้อย หรือจำนวนมหาศาลเข้าไปในสัญญาณดิจิตอลก็ตาม มันก็จะไม่ส่งผลอะไรเลย เพราะยังไงสัญญาณก็ยังเป็น ON หรือ OFF อยู่วันยังค่ำ



ประเภทของสาย HDMI
        1.Standard HDMI Cable รองรับปริมาณข้อมูลในการส่งสัญญาณภาพที่ 1080i และ 720p ได้อย่างราบรื่น เหมาะกับการใช้งานกับกล่องเคเบิลทีวีและกล่องดาวเทียม
        2.Standard HDMI Cable with Ethernet ความสามารถเหมือนสาย Standard แต่เพิ่มช่องอีเทอร์เน็ตด้วย
        3.Standard Automotive HDMI Cable ความสามารถเหมือนสาย Standard แต่เพิ่มเติมการทดสอบมากขึ้นเพราะสายต้องนำไปใช้ในรถยนต์ซึ่งมีการกล้ำสัญญาณสูงกว่าการใช้ในบ้าน
        4.High Speed HDMI Cable รองรับปริมาณข้อมูลในการส่งสัญญาณภาพได้มากกว่าที่ 1080p ขึ้นไป และรองรับการส่งสัญญาณภาพแบบ 3 มิติ 4K และ Deep Color
        5.High Speed HDMI Cable with Ethernet ความสามารถเหมือนสาย High Speed แต่เพิ่มช่องอีเทอร์เน็ตเข้ามา

        ดังนั้น สายHDMI จึงมีจุดเด่นตรงที่มันรองรับการส่งทั้งสัญญาณภาพและเสียงไปพร้อมๆ กันบนสายเคเบิลเส้นเดียวกัน ผ่านพอร์ตๆ เดียวกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายและลดความสับสนในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ลงได้ อย่างมากทีเดียว 



จุดเด่นของ HDMI
        1. มีความบกพร่องของสัญญาณน้อยที่สุด (Lossless)
        2. นำสัญญาณทั้งหมดมาไว้ในสายเพียงสายเดียว จึงนับว่าเป็นมาตรฐานที่ง่าย และสะดวก
        3. สามารถปรับระบบต่างๆ โดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสื่อชนิดที่คุณชม/ฟัง
        4. รองรับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถแสดงผลจากคอมพิวเตอร์สู่ระบบ HDTV ได้ ผ่านพอร์ท DVI..
        5. เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคเพื่อให้ได้รับความบันเทิง
        6. สามารถรส่งผ่านข้อมูลทั้งภาพวิดีโอและเสียงที่คุณภาพระดับ High-Definition
        7. มีความเร็วในการส่งสัญญาณข้อมูลภาพอยู่ที่ 165 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะสามารถรองรับสัญญาณภาพแบบ High-Definition ที่ความละเอียดสูงถึง 1080p ที่ 60 เฮิรตซ์ ได้
        8. รองรับระบบเสียงแบบ 8 Channel และรองรับ One Bit Audio ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ใน Super Audio CD
       
        ด้วยจุด ประสงค์หลักของ HDMI ที่ถูกพัฒนาขึ้นก็เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับความบันเทิงเต็มรูปแบบกับระบบภาพและเสียงแบบ High-Definition (HD)และระบบเสียงรอบทิศทาง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ยังไม่มีการเชื่อมต่อแบบ HDMI นั้น เราอาจจะต้องเชื่อมต่อสัญญาณวิดีโอและสัญญาณเสียง อย่างน้อยก็ 2 ช่องทางแล้ว ยิ่งถ้าเราต่อสัญญาณวิดีโอแบบ Component และใช้ระบบเสียงแบบ 5.1 หรือ 7.1-Channel ด้วยแล้ว จะต้องเชื่อมต่อสายเป็นสิบเส้นให้วุ่นวายไปหมด HDMI จึงช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อทุกอย่างได้ภายในสายเส้นเดียว เหมาะสำหรับพวกมีเดียเพลเยอร์ เครื่องเล่นเกมคอนโซล หรืออุปกรณ์ Set top box ต่างๆ ที่ต้องต่อเข้ากับทีวีอย่างยิ่ง

        คุณสมบัติของ HDMI   แน่นอนว่าการเชื่อมต่อแต่ละชนิดย่อมต้องมีขีดจำกัดที่ถูกกำหนดมาไว้ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งนั้นก็คือคุณสมบัติของการเชื่อมต่อนั้นเอง HDMI ก็มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับอินเทอร์เฟซอื่นๆ แต่ด้วยความที่มันได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับ กับมัลติมีเดียระดับ High-Definition อยู่แล้ว มันจึงมีความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลทั้งภาพวิดีโอและเสียงที่คุณภาพระดับ High-Definition ได้อย่างสบาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการบีบอัดข้อมูลเลยการส่งสัญญาณภาพ  สำหรับการส่งภาพวิดีโอนั้นเนื่องจากแหล่งที่มาของข้อมูลภาพนั้นมีอยู่ ด้วยกันหลายแบบ ดังนั้นมันจึงจะถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบของ MPEG เสียก่อน เพื่อใช้สำหรับส่งข้อมูลไปตามสาย ซึ่งการส่งข้อมูลภาพวิดีโอแบบ MPEG ผ่าน HDMI นี้จะไม่มีการบีบอัดข้อมูลเลย ทำให้การสูญเสียคุณภาพนั้นไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของ HDMI นั่นเอง รูปแบบการส่งข้อมูลนั้นจะเป็นแบบ TMDS ซึ่งเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบอนุกรมแบบเดียวกับที่ใช้บนการเชื่อมต่อแบบ DVI นั่นแหละครับ
HDMI    ก็จะมีการส่งสัญญาณวิดีโอที่คล้ายกับการเชื่อมต่อแบบ DVI ที่เราใช้งานกันอยู่นี่แหละครับ

        ขีดความสามารถในการส่งผ่านภาพวิดีโอของ HDMI นั้นจะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของมาตรฐานด้วยเช่นกัน เนื่องจาก HDMI  เป็นมาตรฐานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงมีเวอร์ชันที่ต่างกันอยู่พอสมควร แต่ทั้งนี้ทุกๆ เวอร์ชันก็ยังคงใช้งานสายเคเบิล แบบเดียวกันอยู่ เพียงแต่จะมีความสามารถในการส่งข้อมูลได้แตกต่างกันไป ตามเวอร์ชัน อย่างเช่นในเวอร์ชัน 1.0 ซึ่งเป็น เวอร์ชันแรก จะมีความเร็วในการส่งสัญญาณข้อมูลภาพอยู่ที่ 165 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะสามารถรองรับสัญญาณภาพแบบ  High-Definition ที่ความละเอียดสูงถึง 1080p ที่ 60 เฮิรตซ์ ได้ หรือระดับ WUXGA (1920x1080)  ซึ่งนั่นคือระดับความละเอียดสูงสุด แต่ถ้าต้องการความละเอียดที่สูงมากกว่านี้ก็จะต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ มาตรฐาน HDMI  ที่มีเวอร์ชันสูงขึ้นอย่างเช่น 1.3 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดจะมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 340 เมกะเฮิรตซ์ และมีสามารถส่ง สัญญาณภาพที่ความละเอียดระดับ WQXGA (2560x1600) ได้ การส่งสัญญาณเสียง 

        สำหรับ การส่งสัญญาญเสียงนั้น  HDMI ก็จะมีการส่งข้อมูลไปแบบไม่มีการบีบอัดเช่นเดียวกัน โดยจะเป็นข้อมูลเสียง ระดับ 192 กิโลเฮิรตซ์ และมีการ Sample แบบ 24 บิต ซึ่งเป็นระดับเสียงเดียวกับที่ใช้ในระบบเดียว Dolby Digital หรือ DTS นั่นเอง นอกจากนี้ HDMI ยังรองรับระบบเสียงแบบ 8 Channel และรองรับ One Bit Audio ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ใน Super Audio CD ด้วย แต่จะมีอัตราการส่งข้อมูลที่สูงขึ้นและมากกว่า Super Audio CD ถึง 4 เท่าด้วยกัน และยิ่งในเวอร์ชัน 1.3 ยิ่งมีการพัฒนาให้รองรับระบบเสียงที่มีคุณภาพเทียบเท่าDolby  TrueHD และ  DTS-HD  Master  Audio ด้วย

        HDMI เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อภาพและเสียงแบบ digital  น่าจะเรียกได้ว่าดีที่สุดในอุปกรณ์ภาพและเสียงยุคนี้..ครับ

        การเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียง ยกตัวอย่างเช่นจากเครื่องเล่น DVD/ กล้องถ่ายดิจิทัลวิดีโอ ไปยังจอทีวี (ทั้งแบบ CRT และ LCD) ก็จะต้องใช้สาย HDMI ครับ..

        ราคาสาย HDMI มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงเป็นหมื่นบาท..ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุดิบและยี่ห้อครับ.."สาย HDMI ราคาแพงไม่ช่วยทำให้คุณภาพของภาพและเสียงดีขึ้นแต่อย่างใด”

        อย่างผมเป็นคนร่วมสมัยกับระบบสัญญาณและอุปกรณ์อนาล็อค มาวันนี้ จะเล่นสัญญาณวิดีโอแบบไหนจึงจะเหมาะ แล้วท่านหละ อยากจะเล่นแบบไหน  เรามาคุยต่อตอนหน้านะครับ   

        บทความตอนนี้ ขอยุติเพียงเท่านี้ ผมจะรีบไปถ่ายวิดีโอ “ร้องเพลง เล่นกีต้าร์” ในระบบสัญญาณ อะไรน้า คอ่อยคุยกันอีกนะครับ
        ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
 :thank1: :thank1:   :30: :30:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๑๐๕ เรื่อง การเตรียมระบบวิดีโอถ่ายภาพและบันทึกเสียง(ตอนที่ ๒)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกและผู้สนใจ ที่เคารพรักทุกท่าน
        พบกันต่อนะครับ ตอนที่แล้วจบลงด้วยคำถามค้างไว้ว่า ท่านอยากจะเล่นถ่ายวิดีโอแบบไหน คงมีคำตอบแล้วนะครับ

        อย่างผมอายุ 60 ปี ร่วมสมัยทั้งสัญญาณอนาล็อคและดิจิทัล  มาวันนี้ขอตอบได้เลยครับว่า จะขอเล่นสัญญาณวิดีโอแบบเดิมอนาล็อคก่อนนะครับ  เพราะมีอุปกรณ์เก่าอยู่แล้ว  และถ้ามีโอกาสก็จะขยับไปสู่ระบบดิจิทัลครับ เพราะมีอุปกรณ์เสริม ราคาถูก น่าสนใจกว่ารุ่นสมัยก่อนๆมากรออยู๋

   แรกทีเดียว ผมเริ่มลองปรับเปลี่ยนกล้องถ่ายวิดีโอแบบอนาล็อคที่มีอยู่ออกไป แล้วนำกล้องWebcam ตัวเล็กๆ เบาๆ (ราคาในร้านออนไลน์ชื่อดัง ไม่ถึง 200 .- บาท) ส่งถ่ายข้อมูลสัญญาณวิดีโอแบบดิจิทัล ผ่านสายUSB เข้าไปบันทึกในโปรแกรม OBS Studio ในคอมพิวเตอร์แล้ว รู้สึกว่าสะดวก ทำได้รวดเร็วดี

        ผมกลับมาคิดๆดู ไอ้เจ้ากล้องถ่ายวิดีโอแบบอนาล็อค(แบบใช้ม้วนเทปบันทึก)ที่มีอยู่ น่าจะนำมาทำเป็นเหมือนWebcam แล้วนำอุปกรณ์เสริมแบบใหม่ๆมาช่วยทำสัญญาณที่ออกมาให้เป็นแบบดิจิทัลได้บ้าง น่าจะทำได้นะ อย่างไรหละ

        ผมมองเห็น 2 ทาง ที่จะนำสัญญาณวิดีโอจากกล้องแบบอนาล็อคเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้ คือ ทางช่อง USB กับ ช่อง HDMI
       
        บทก่อนๆนั้นผมเล่าเรื่อง อุปกรณ์แปลงสัญญาณและช่องถ่ายข้อมูลวิดีโอดิจิทัลแบบ HDMI ไปแล้ว ฉะนั้นบทนี้เรามาปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมกันนะครับ
       
        ย้อนมนต์เสน่ห์ดั้งเดิมของนักวิดีโออนาล็อคผู้มีอายุมากอย่างผมก็แล้วกันนะครับ

        อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องนำมาใช้เพิ่ม 2 ชิ้น วันนี้ คือ
        1. อุปกรณ์แปลงสัญญาณอนาล้อคเข้าไปออกทางUSB


        ตัวนี้หาซื้อได้ตามร้านขายออนไลน์ ชื่อดัง ราคาไม่เกิน200.- บาท(ถูกแท้ว่า)

        2. อุปกรณ์แปลง HDMI เป็น USB



        ตัวนี้หาซื้อได้ตามร้านขายออนไลน์ ชื่อดัง ราคาไม่เกิน500.- บาท(ถูกแท้ว่า)

        มาปฏิบัติกัน อันดับแรก ใช้ “Easy Cap AV To USB”



        ทดลองกับกล้อง Sony CCD TRV98E ซึ่งมีช่องปล่อยสัญญาณออกแบบอนาล็อคอย่างเดียว คือ AV_Out และแบบ S-Video   นำตัวแปลงAV_in To USB ตัวรูปข้างบนนี้มาต่อขั้วสีเหลืองด้วยสายAV_Outจากกล้องเข้ามา แล้วนำตัวแปลงนี้ไปเสียบเข้าช่องUSBของคอมพิวเตอร์
        และ ก็ลองกับกล้องที่มีอยู่อีกตัวหนึ่งแบบอนาล็อคเก่าเหมือนกัน  คือ Panasonic NV-GS150S (NTSC) ต่อสายสัญญาณออกไปเหมือนกับกล้องSony ไม่ต้องต่อผ่าน”กล่องแปลงสัญญาณ NTSC-PAL”นะครับ เจ้าการ์ดนี้มันแปลงสัญญาณNTSC เป็น PAL  ให้เสร็จสรรพมาเป็นสีธรรมชาติเรียบร้อยครับ
        ลักษณะกล้อง 2 ตัวนี้ มีปลายสายเป็น USB นั่นคือ ลักษณะของ Webcam  ย่อมมีลักษณะสัญญาณเป็นดิจิทัลแล้ว ต่อเข้าที่ช่อง USB คอมพิวเตอร์
        วินโดวส์ก็ติดตั้งไดรเวอร์อัพเดทโดยอัตโนมัติ ผ่าน แล้วติดตั้งโปรแกรมแคปเจอร์วิดีโอของอุปกรณ์นี้
        เปิดคอมพิวเตอร์ เรียกโปรแกรม Easy Cap มาใช้
        ผลการใช้กับอุกรณ์ตัวนี้



        ต่อไป การทดลองที่สอง ใช้กล่อง Capture HDMI To USB ดูบ้าง





        เริ่มด้วยการใช้กล้องถ่ายวิดีโออนาล็อคแบบม้วนเทป 2 ตัวนี้มาทำทีละตัว โดยใช้ “กล่องแปลงสัญญาณ AV to HDMI”  มาต่อเชื่อมกับสายAV_Out ของกล้อง (กล้องPana_NTSC ต้องเอากล่องแปลงNTSC-PALมาต่อคั่นไว้ก่อนด้วย) กล้องจะมีสัญญาณออกเป็น HDMI แล้วนำสายHDMIมาต่อเข้ากับ “กล่องCapture HDMI To USB” ตัวรูปข้างบนนี้  แล้วนำสายUSB มาต่อเชื่อมกล่องCaptureนี้ เข้ายังช่อง USB คอมพิวเตอร์ วินโดวส์ก็อัพเดทไดรเวอร์ เรียบร้อย มองเห็นเป็นไดรเวอร์ USB Video
        เปิดคอมพิวเตอร์ เรียกโปรแกรมแคปเจอร์ OBS Studio มาใช้
        ผลการใช้กับโปรแกรม OBS Studio
        ดีมากๆ

        สำหรับกล้องถ่ายวิดีโอเก่าแบบอนาล็อคและกึ่งดิจิทัล  Panasonic NV-GS150S (NTSC) นั้น มีช่องสัญญาณออกเป็น 3 แบบ คือ     
        1. อนาล็อคแบบ AV_Out
        2. ดิจิทัล แบบ DV _Out
        3. ดิจิทัล แบบ USB
        แบบที่หนึ่ง AV_Out ใช้วิธีแปลงสัญญาณเป็นดิจทัล ด้วยกล่องแปลงAV2HDMI คล้ายกับกล้องSony ดังได้กล่าวข้างต้น

        แบบที่สอง DV_Out ต้องใช้สายDVต่อพ่วงเข้าเครื่องรับสัญญาณDVหรือการ์ดIEEE 1394  แปลงสัญญาณDVจากม้วนเทปDVในกล้องเพลย์ไปบันทึกเป็นไฟล์วิดีโอดิจิทัล

        และ แบบที่สาม USB เมื่อนำสายUBSมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ วินโดวส์ก็จะเซตค่าไดรเวอร์ให้อัตโนมัติทันทีมองเห็นประเดี๋ยวเดียวเรียบร้อย ซึ่งโหมดของกล้องแต่ละโหมดจะได้ความสามารถที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ ต่างกัน ได้แก่
1.โหมด PC ของกล้อง มีผลให้ กล้องเป็นฐานะดังนี้
   1.USB Mass Storage Device – (เป็นเครื่องอ่านและเขียนข้อมูล)
   2.Matshita DVC USB Device  -(เป็นกล้องวิดีโอดิจิทัล)
2. โหมด ถ่ายรูป-วิดีโอ-ดูรูป-เพลย์ดูวิดีโอ ของกล้อง มีผลให้กล้องเป็นฐานะ ดังนี้
   1.USB Composite Drvice – (เป็นเครื่องส่งถ่ายข้อมูลวิดีโอ)
   2.Web camera – (เป็นกล้องถ่ายรูป-วิดีโอให้กับการออนไลน์)
   3.DVC  - (Digital Video Camera -เป็นกล้องถ่ายดิจิทัลวิดีโอ)

        ถ้าเปรียบเทียบการใช้กล้องตัวนี้เป็น Web camera ระหว่างทางช่องAv_Out กับ USB  พบว่า การใช้สาย USB จะทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้รวดเร็ว กว่าใช้สายAV_Out

        เอาหละเป็นอันว่า กล้องถ่ายวิดีโอแบบอนาล็อคใช้ม้วนเทป 2 ตัวของผม สามารถใช้ตัวแปลง USB และ HDMI มีปลายสายปล่อยสัญญาณวิดีโอแบบดิจิทัลออกทางช่อง USB ไปเข้า USB ของคอมพิวเตอร์ได้ สามารถใช้งานกับโปรแกรมไลฟ์สด เช่น  OBS Stuioหรืออื่นๆที่อนุญาตใช้ได้ทันที

        ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้เล่าไว้ข้างบนเป็นวิธีประยุกต์นำกล้องถ่ายวิดีโอเก่าๆมาใช้เป็นกล้องWebcam ถ่ายหน้าตรงตัวเองร้องเพลง เล่นกีต้าร์eXtreme Karaoke ในห้องส่วนตัวเพื่อความสุขในยามยุคโควิด ไปไหนไม่ค่อยได้ครับ

        ส่วนท่านที่อายุน้อยๆ คงข้ามกล้องถ่ายแบบม้วนเทปโบราณ ไปใช้กล้องถ่ายวิดีโอแบบดิจิทัลมากันหมดแล้วหละ เพราะหาง่าย มีขายแพร่หลายแทบทุกร้านค้าทั้งทั่วไปและออนไลน์ปัจจุบัน

        กล้องถ่ายวิดีโอสมัยนี้ เป็นแบบ ดิจิทัลวิดีโอเต็มรูปแบบ คือ ถ่ายจบสัญญาณถูกบันทึกเป็นไฟล์ดิจิทัลเสร็จลงในสื่อเก็บ เช่น SD การ์ดทันที อยากดูก็เพลย์ มันรวดเร็ว สะดวกจริงๆ  มีช่อง HDMI_Out นำสัญญาณออกมาด้วย เป็นมาตรฐาน

















        ส่วนผมเอง ก่อนนี้ได้เห็นพัฒนาการของกล้องถ่ายวิดีโอสู่ดิจิทัลมาตลอดในGoogle กว่า2ปีมาแล้ว ชอบเป็นระบบดิจิทัลลักษณะ เบาบาง สั้นเล็ก ราคายังถูกลงมาอยู่ที่หลักพัน 2-3พันบาทเท่านั้น ราคาก็ช่างดึงดูดใจผมเหลือเกิน ชวนให้ซื้อหามาใช้ เหมือนๆคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เหลือเกิน
        จึงตกลงซื้อใช้แล้ว เมื่อปีกลาย(ต.ค.2563)นี้  รุ่นนี้ครับ (ราคาอย่างพอเพียง ไม่ถึง 3.000.- บาท (จากร้านขายออนไลน์ ชื้อดัง)





















        จากการทดลองใช้ พบว่าปัจจุบันนี้ กล้องถ่ายวิดีโอได้พัฒนาระบบสัญญาณมาเป็น ดิจิทัล HDTV ขนาด 1080pขึ้นไปกันหมดแล้ว มีคุณภาพความละเอียดสูง คมชัด ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว มีอุปกรณ์มารองรับ สนับสนุนการทำงานร่วมกันหลากหลายและราคาถูกลงมาก ที่ตัวกล้องมีช่องHDMI ติดตั้งเป็นมาตรฐาน เพิ่มมาจากช่อง USB การบันทึกภาพก็รวดเร็ว สัญญาณวิดีโอถูกบันทึกลงสื่อเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัลวิดีโอทันทีที่จบการบันทึก

   ส่วนคุณๆผู้ที่อยากถ่ายวิดีโอในห้องสตูดิโอส่วนตัวแบบประหยัดยุคดิจิทัลและโควิด19นี้ น่าจะสะดวกที่สุด ก็ทำได้ 2 แบบ คือ
        1. ใช้โน้ตบุคตัวเอง เปิดโปรแกรมไลฟ์สดอย่าง OBS Studio ใช้กล้องWebCamที่อยู่บนขอบด้านบนจอของโน้ตบุค บันทึกคลิปได้ทันที
        2. ใช้เครื่อง P.C.ตั้งโต๊ะ หาWebCam มาต่อเข้าช่องUSB  เปิดโปรแกรมไลฟ์สดอย่าง OBS Studio ใช้กล้องWebCamที่ตั้งตรงหน้า บันทึกคลิปได้ทันทีเช่นกัน

        นึกดูแล้ว อุปกรณ์ถ่ายวิดีโอสมัยนี้พัฒนามาเป็นของติดตัว พกพาของบุคคลทั่วไปกันแล้ว นอกจากคุณภาพดีแล้ว ราคาก็จับต้องได้ เป็นที่น่ายินดีที่บุคคลทั่วไปจะหาไว้เป็นสื่อเก็บบรรยากาศอันน่าจดจำต่อไป
   บทความตอนนี้ ขอยุติเพียงเท่านี้ ผมจะรีบไปถ่ายวิดีโอ “ร้องเพลง เล่นกีต้าร์” ในระบบสัญญาณ HDTV ครับ
        ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ พบกันตอนต่อไป
สวัสดีครับ 
 :thank1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 ธันวาคม 2021, 21:01:41 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ร้องเพลง อัดวิดีโอไว้แทบทุกวัน รอเวลาส่งยูทูป ฉลองวัน"โควิดพ่ายพินาศ"ที่ใกล้จะมาถึง 

ปีนี้ขอนำตัวนี้ รับหน้าที่ซะบ้าง อยู่เฉยๆมานานแล้ว



 :30:   :30:   :30:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เล่น eXtreme Karaoke V.3  ร้องเพลง XMK/ EMK ด้วยWin7มาตลอด

ป้องกันไวรัสก็ขอMicroSoft ทั้ง 32บิต/ 64บิตใช้ให้ตรงเวอร์ชั่นWin7  อัพเดทได้ทุกวัน ปลอดภัยครับ






 :30:   :30:   :30:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
อีกตัวหนึ่ง ต้องฟื้นมาใช้เหมือนกัน เก็บไว้นานพอควร นำผลงานมาฟังซะบ้าง เดี๋ยวจะลืมกันไป น่าเสียดาย


 :30:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๑๐๖ เรื่อง การเตรียมระบบวิดีโอถ่ายภาพและบันทึกเสียง(ตอนที่ ๓)
        เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกและผู้สนใจ ที่เคารพรักทุกท่าน
        พบกันต่อนะครับ ผมเขียนบทนี้เป็นเวลาเช้าตรู่วันนี้ วันที่31มกราคม 2565 วันที่เพื่อนๆคนไทยเชื้อสายจีนเขาฉลอง “วันปีใหม่ตรุษจีน” มีบัตรคำอวยพรว่อนเข้ามาในไลน์บ้าง เฟซบุคบ้าง ก็ยินดีไปกับเพื่อนๆเขาหละ

        คิดถึงตอนสมัยผมเป็นครูใหม่ๆ อายุหนุ่มน้อยเลยหละ ผมจบ ม.ศ.5 อายุ 18ปี จบมหาวิทยาลัย 4ปี อายุก็ไปที่ 22ปี จบปุ๊บก็รับราชการครูทันที อายุก็เป็น 23  ปี ครูหนุ่มเลยหละครับ ด้วยใจหนุ่ม ใจก็คิดเรื่อง “คนรัก”บ้างเป็นธรรมดา  ด้วยเหตุที่ผมเป็นคนไทย เชื่อสาย “เขมร” ตัวก็เลยค่อนข้างมืดๆ เหมือนนักฟุตบอลแถวบ้านเกิดผม “ศศลักษณ์ ไหประโคน”



        ฉะนั้น อนาคตวาดไว้เลยว่าจะต้องได้ “คู่ครอง”ตัวขาวๆ และตัวขาวๆก็คือ “คนจีน –อาหมวย” นั่นแหละ  ผมมีเพื่อนเป็น “อาหมวย”ก็มากนะ แต่ดูผมจะไม่ใช่สเปคพวกเธอหรอก เพราะพอจะขยับจาก “เพื่อน หรือ พี่” ไปเป็น “คู่ใจ”แล้ว พวกเธอออกจะเปลี่ยนไป ห่างๆกันยังไงไม่รู้ ต่อมาทราบมาว่า สาเหตุส่วนใหญ่มาจากบรรดาอาแหมะ อาเตี่ยของพวกเธอต่างหาก
        จนอายุผมได้ 30ปี มากแล้ว มาพบ “คู่ชีวิตผมคน (ภรรยานี่เอง)” ตัวขาวๆ เหมือนหมวย จึงตกลงใจติดตามคบหาจนเธอตกลงแต่งงานในอีก3ปีต่อมา ผมรู้ภายหลังว่า เธอไม่ใช่หมวยแต่เป็น “คนธรรมดาๆอย่างสาวเหนือทั่วไปคนหนึ่ง”   ยังไงๆก็รักไปแล้ว พอใจๆ ครับ

        ขออภัยที่ออกนอกเรื่อง ก็มันน่าชวนออกนะ เพราะบรรยาการตรุษจีนปีนี้และวันนี้ คึกคัก น่าสนุกประจวบกับสถานการณ์โรคระบาดโควิดดูๆจะใกล้ยุติลงแล้ว อดไม่ได้ครับ

        มาเข้าเรื่องตามหัวข้อบทความต่อนะครับ การบันทึกเสียงครับ
        ก็บันทึกเสียงร้องเพลง ดนตรี(eXtreme Karaoke) และเครื่องดนตรีเล่นสด(ทับไลน์)สักชิ้น นะครับ
        และต้องใช้ “มิกซ์ดิจิทัล” ที่ตัวเองมี

        Presonus AB1818vsl เป็นตัวแรกในชีวิตผม ผมมีเวลาปรับแต่งค่าต่างๆมามากกว่าตัวอื่น สนุกมากครับ เพราะมันเป็นAudio Interface แบบกึ่งๆอนาล็อคด้วยนะครับ มีบางฟังก์ชั่นต้องทำแบบ “เอามือมาช่วย” ไม่ใช่ดิจิทัลทั้งหมด ผู้ที่คุ้นเคยกับมิกซ์อนาล็อค หากมาใช้ตัวนี้แล้วมันได้ “อารมณ์ใหม่แบบก้าวสู่ดิจิทัลอันน่าตื่นเต้นที่สุด” 

        ผมได้Presonus AB1818vsl มาตั้งแต่วันที่11ธันวาคม 2558 รวมเวลาปลุกปล้ำ ลองผิดลองถูกกับมันมา 6 ปีกว่าๆ เสน่ห์มันไม่เคยหมดจากความรู้สึกผมเลย ที่สำคัญ มันแถมโปรแกรมบันทึกเสียงมัลติแทรก DAW-Studio One ลิขสิทธิ์มาให้ด้วย สามารถบันทึกเสียงได้อย่างดี ใครได้โปรแกรมนี้ โปรดใช้ให้คุ้มเถอะ มันดีมากๆเลยหละครับ

        ใช่ว่า AB1818vslจะไม่มีข้อบกพร่อง สังเกตเห็นได้จากแถบฟังก์ชั่นต่างๆไม่ค่อยปรากฏตัวเลขให้เห็นชัดเจน ต้องใช้เม้าส์วางจ่อบ้าง คลิกขวาบ้าง จึงจะเห็นตัวเลข เช่นการแพน การทำAux เป็นต้น ส่วนที่ไม่สามารถดูตัวเลขได้ก็มี ได้แก่ ก้านเฟดเดอร์ ไม่มีบอกเป็นตัวเลข แต่ผู้คุ้นเคยจะรู้ว่า 0dBอยู่ตรงไหน

        ผมเก็บร่องรอยการตั้งค่าการทำงานของมันไว้ตลอด โดยเฉพาะค่าตั้งเสียงแชนแนลไมโครโฟน ทั้งการบันทึกเสียงร้องเพลงธรรมดาๆ 2 แทร็ค และแบบมัลติแทร็คด้วยStudio Oneตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ โดยการSave Sceneไว้ทุกครั้งที่ปรับแต่ง

        พอถัดมาอีกปีหนึ่ง ผมก็ซื้อ Behringer Xair X18(ตัวนอน) มาเพิ่มเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ผมก็นำประสบการณ์จากAB1818vslมาใช้กับตัวใหม่นี้ สิ่งแรกที่สังเกตได้คือ น้ำเสียง ต่างกัน ระหว่าง Presonus สัญชาติอเมริกัน กับ X18 สัญชาติเยอรมัน

        X18 เป็นมิกซ์ดิจิทัลแบบสมบูรณ์ มีDSP ชื่อ Xair Edit ทำงานด้วยโปรแกรมทั้งหมด แทบเรียกว่า “ไม่ต้องใช้มือเข้าไปช่วย”เลยทีเดียว ค่าฟังก์ชั่นต่างๆมีตัวเลขชัดเจน ใช้ทั้งคีย์บอร์ดพิมพ์หรือเม้าส์ลากเปลี่ยนค่า

        ยอมรับว่า Xair Edit ทำงานได้ดีมาก มีแท็บตั้งค่าให้กับองค์ประกอบของมิกซ์ทุกส่วนอย่างละเอียด ทั้งค่าตัวเลข สีสีน และรูปประกอบ ง่ายสะดวก เรียกได้ว่าไร้เสน่ห์อย่างอนาล็อคอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว แต่ก็ใช่ว่ามันจะปรับค่าได้ดีที่สุดในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงใช้เวลาปลุกปล้ำการตั้งค่าไมโครโฟนที่เชอบมาไว้หลายครั้ง เซฟไว้เป็นซีนตลอดดการใช้งานมา 4 ปีกว่า จนถึงวันนี้

        ตอนใช้ใหม่ๆ งงมากเหมือนกันครับ เผอิญพอมีเวลา ถามผู้รู้บ้าง ศึกษาเองบ้าง ค่อยๆกระจ่างขึ้น  ถ้าไม่ได้คำแนะนำการตั้งค่าความถี่(EQ) ค่ามิติ(FX) ค่าความแรงดันสัญญาณ(dB)ให้กับCh.ไมโครโฟนร้องเพลงอย่างถูกต้องจากครูทั้งสองท่าน ผมคงงมๆอยู่นาน

        คือว่า ผมมีโอกาสบันทึกเสียงร้องเพลงด้วยX18 ฝากให้บรมครู “คุณหมอนพ” กับ “คุณพี่ป้อมพัทยา” คอมเม้นท์ ท่านทั้งสองวิจารณ์จนผม “ตัวลีบหมด” ได้เข้าใจมาจนถึงทุกวันนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งสองมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

        วันนี้ต้นปี2565 เหลือรอบเวลาของX18อีกเล็กน้อยก่อนจะขยับไปสู่รอบของ Qu pac ในเดือนหน้า (กุมภาพันธ์ 2565)

        จึงขอนำบรรยากาศของ X18 พร้อมทั้งคำแนะนำการตั้งค่าไมโครโฟนมาคุยทบทวนกันอีก

        การตั้งค่าใช้ไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงร้องเพลงไม่เหมือนใช้เพื่อร้องเพลงทั่วไปนะครับ

        การร้องเพลงเพื่อบันทึกเสียง เสียงร้องต้องชัดเจน ฟังรู้เรื่อง ทั้งนี้เพราะเกิดจาก การตั้งค่าสิ่งต่อไปนี้อย่างพอดี คือ
           1.ตั้งความถี่ไว้ดี (EQ)
           2.ตั้งมิติ ทิศทางไว้ดี (FX)
           3.ตั้งแรงดันสัญญาณดี (0dB) 
        เนื่องด้วยค่าข้างต้นมีอัตราปรับแต่งต่างกัน คนส่วนใหญ่มักจะชอบแบบเกินๆ ให้มันตื่นเต้น เร้าใจ อย่างรีเวิร์บ เอคโค่เล่นกันแบบโด่งๆจนกลบความชัดเจน ก็จริงอย่างบรมครูสองท่านเห็นมา คือผู้ใช้งานจะชอบใช้ตามใจตัวเองเสียมากกว่า ดังนั้นเราจึงได้ยินเสียงร้องเพลงในงานรื่นเริงต่างๆมีเสียงก้องๆกันมาก

        แต่เมื่อจะมา “บันทึกเสียง” ต้องตัดเสียงแปรเหล่านั้นออกไป มาอยู่ที่ค่าพอดี ตรงนี้ก็เป็นปัญหาอีกว่า พอดี อยู่ตรงไหน?

        ผมเองก็เหมือนหลายคนที่ชอบร้องเพลง แล้วก็ชอบเสียงแปรมาเพิ่ม ประกอบจนติดเป็น “สันดาน” แยกไม่ได้ว่า ไหนเป็นร้องเล่น ไหนเป็นต้องบันทึกเสียงจริง  ใช้เวลาแก้ไข “สันดาน” ปลุกปล้ำ อยู่นาน ตราบเท่าบการใช้X18มาตลอดมา 4 ปีกว่า

        วันนี้31มกราคม 2565 ขอเก็บค่าไมโครโฟนร้องเพลงด้วยX18ไว้เป็น “อนุสรณ์ครูบันทึกเสียงเพลงสอนไว้” ใช้ต่อไปครับ
เดือนต่อๆไป ก็จะเป็นหน้าที่ของมิกซ์ Qu pac ครับ

        ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ
        สวัสดีครับ
         :thank1:


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เนื่องด้วยเพลง"ลูกทุ่งไทย"เป็นมรดก ควรที่ลูกหลานคนไทยจะได้อนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่"คนไทย"เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจตลอดไป มาเริ่มด้วยกันวันนี้นะครับ 

ขอขอบพระคุณ "คุณหมอนพและคุณพี่ป้อม พัทยา"ที่ได้แนะนำการจัดตั้งค่าเสียงแชนแนลไมโครโฟน สำหรับร้องเพลงให้ผมได้เป็นพื้นฐานปรับปรุงมาจนถึงคลิปนี้ ขอบพระคุณมากๆครับ

ระบบฏิบัติการ : Windows 7 Professional 64 Bit 2009  - Activated

Audio Interface : Behringer Xair X18

DAW : eXtreme Karaoke_ASIO  16 Tracks

Midi  : XMKL   XMKL6400  

ชื่อเพลง  : คืนอำลา

ศิลปิน ต้นฉบับ : ทูล  ทองใจ


 :95:  :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022, 22:04:45 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16114
  • HL#5490A920   (x-men)
เนื่องด้วยเพลง"ลูกทุ่งไทย"เป็นมรดก ควรที่ลูกหลานคนไทยจะได้อนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่"คนไทย"เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจตลอดไป มาเริ่มด้วยกันวันนี้นะครับ 

ขอขอบพระคุณ "คุณหมอนพและคุณพี่ป้อม พัทยา"ที่ได้แนะนำการจัดตั้งค่าเสียงแชนแนลไมโครโฟน สำหรับร้องเพลงให้ผมได้เป็นพื้นฐานปรับปรุงมาจนถึงคลิปนี้ ขอบพระคุณมากๆครับ

ระบบฏิบัติการ : Windows 7 Professional 64 Bit 2009  - Activated

Audio Interface : Behringer Xair X18

DAW : eXtreme Karaoke_ASIO  26 Tracks

Midi  : XMKL   XMKL6400  

ชื่อเพลง  : คืนอำลา

ศิลปิน ต้นฉบับ : ทูล  ทองใจ


 :95:  :thank1:

expander หรือยกเกนคอมเพรสเซอร์ขึ้นสัก 5db ครับ แล้วคุมระดับปลายคอมเพรสเซอร์ไว้   พูดง่ายๆ ดันล่าง-กดบน  จะทำให้ระดับเสียงมีความใกล้เคียงสม่ำเสมอกันมากขึ้น  ลดความวูบๆวาบๆดังบ้างเบาบ้างของเพลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022, 09:50:44 น. โดย นพ สุพรรณ »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
expander หรือยกเกนคอมเพรสเซอร์ขึ้นสัก 5db ครับ แล้วคุมระดับปลายคอมเพรสเซอร์ไว้   พูดง่ายๆ ดันล่าง-กดบน  จะทำให้ระดับเสียงมีความใกล้เคียงสม่ำเสมอกันมากขึ้น  ลดความวูบๆวาบๆดังบ้างเบาบ้างของเพลง
ครับ ผมโฟกัสที่เสียงไมค์ จนลืมสังเกตเสียงเพลง(ดนตรี)ไลน์ซินธิไซเซอร์(ตั้งเป็นสเตอริโอ)มันโด่งเกินไป ครับจะไปแก้ไขแล้วครับ ขอบคุณมากครับ คุณหมอ อ้อ แล้วแยกไลน์ดนตรี 16 Track  ไม่ใช่ 26 ผมไปจำตัวเลขที่กับ Qu pac มาครับ
 :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022, 22:07:31 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16114
  • HL#5490A920   (x-men)
ครับ ผมโฟกัสที่เสียงไมค์ จนลืมสังเกตเสียงเพลง(ดนตรี)ไลน์ซินธิไซเซอร์(ตั้งเป็นสเตอริโอ)มันโด่งเกินไป ครับจะไปแก้ไขแล้วครับ ขอบคุณมากครับ คุณหมอ อ้อ แล้วแยกไลน์ดนตรี 16 Track  ไม่ใช่ 26 ผมไปจำตัวเลขที่กับ Qu pac มาครับ
 :thank1:

หมายถึงไมค์ร้องครับ  บางช่วงที่หันหน้าไปทางอื่นเสียงจะเบาลง ถ้าเข้าใกล้ไมค์ก็จะดังแรง  ทำให้เสียงร้องวูบวาบๆ   ควรใช้คอมเพรสเซอร์คุมระดับเสียงให้สม่ำเสมอ

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
หมายถึงไมค์ร้องครับ  บางช่วงที่หันหน้าไปทางอื่นเสียงจะเบาลง ถ้าเข้าใกล้ไมค์ก็จะดังแรง  ทำให้เสียงร้องวูบวาบๆ   ควรใช้คอมเพรสเซอร์คุมระดับเสียงให้สม่ำเสมอ
ก่อนอื่น ขอแจ้งข้อเท็จจริงครับ     ผมใช้ไมค์ที่ Ch.9 เหตุผล เพราะตั้งค่าให้สะดวกกับการบันทึก Track DAW -Studio One เว้นCh.1/2 ว่างไว้เป็นTrack บันทึกเสียงรวมที่บังคับใช้ USB1/2 เป็นช่อง Input/Output ค่าคงที่ของระบบครับ

ประการต่อมา  ดูค่าที่ผมตั้ง Comp / Gate ที่Ch.9 ไมค์ครับ







(ค่าของ Comp / Gate นี้ได้จากซีนของคุณหมอที่แจก ผ่าน X-12 นานแล้วครับ)
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เนื่องด้วยเพลง"สตริงไทย"มีเครื่องดนตรีประเภทใช้เครื่องสายทางสากล คือ "กีต้าร์" มาประกอบการเล่น ควรที่ลูกหลานคนไทยจะได้ฝึกฝนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจตลอดไปนะครับ 

ขอขอบพระคุณ สมาชิกรุ่นพี่ เพื่อน และรุ่นน้องทุกคนที่แนะนำให้กำลังใจผมในด้านการตั้งค่าอุปกรณ์บันทึกเสียงมาตลอด ขอขอบพระคุณ ณ ที่นี่ มากๆครับ

ระบบฏิบัติการ : Windows 7 Professional 64 Bit 2009  - Activated

Audio Interface : Allen&Heath Qu-pac

DAW : eXtreme Karaoke_ASIO  26 Tracks

Midi  : XMKL   XMKL1598 รักเธอประเทศไทย  

ชื่อเพลง  : รักเธอประเทศไทย

ศิลปิน ต้นฉบับ : หรั่ง  ร็อคเคสตร้า


 :95:  :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ช่วงนี้มาย้อนถึง อีสาน บ้านเกิดเมืองนอนที่จากมา  ประสมประสานระหว่าง หมอลำ - ลำเพลิน - สตริง - ร้อค -

ตัวแทนผู่นำบทเพลง "อัตลักษณ์ อีสาน" มาสู่่ "สากล"     เซิน  ม่วนๆๆๆๆๆ   

ไหมไทย หัวใจศิลป์

 :30:   :30:   :30:


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
เพลง"สตริงหมอลำ"ใช้เครื่องสายทางสากล คือ "กีต้าร์" มาประกอบการเล่นแทนพิณ นับเป็นภูมิปัญญาและความสามารถของศิลปินคนไทยอีสาน ควรที่ลูกหลานคนไทยจะได้ฝึกฝนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจตลอดไปนะครับ 


ระบบฏิบัติการ : Windows 7 Professional 64 Bit 2009  - Activated

Audio Interface : Allen&Heath Qu-pac

DAW : eXtreme Karaoke_ASIO  26 Tracks

Midi  : XMK   XMKC0122  นางฟ้าหรือยาพิษ 

ชื่อเพลง  : นางฟ้าหรือยาพิษ

ศิลปิน ผู้ขับร้อง ต้นฉบับ : ไหมไทย  หัวใจศิลป์


 :95:  :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 9 เมษายน 2022, 18:14:59 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
12 เมษายน 2565 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีเก่าไทย ขอส่งพรพระอันเป็นมงคล
        ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง  ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน  รักขันตุ สัพพะเทวะตา  ขอเหล่าเทวดาจงรักษาท่าน  สัพพะพุทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า  สัพพะธัมมานุภาเวนะ  ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม  สัพพะสังฆานุภาเวนะ  ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต.  ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ทุกท่านทุกเมื่อเทอญ

        ค่ำคืนแห่งวันสุดท้ายของปีเก่าไทยนี้ ครูขออนุญาตพี่น้อง ลูกหลานทุกคน ช่วย"สร้างสติ ตั้งสติ" สังสรรค์ในหมู่ครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหายทั้งที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันและต่างบ้านต่างเคหา ด้วย"ความระมัดระวัง อย่าเผลอเปิดหน้ากากพูดคุยใกล้ชิดกัน จนลืมไปว่า มีบางคนที่ไม่ได้อยู่ร่วมชายคามาเปิดหน้ากากร่วมอยู่ด้วย"  ก็อาจจะเป็นช่องทางให้"โควิด"เข้าสู่ลมหายใจของเราได้

       คำเตือนครูไปกระทบจิตใจใคร ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ครับ  เพราะขณะนี้ หลานชายหลานสาววัยหนุ่มสาว(ทางบ้านบุรีรัมย์) ติดกันเรียบร้อยหลายคนแล้ว อดห่วงไม่ได้ครับ

        ขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ลืมคนแก่ๆ คนนี้ ยังอยู่ลำปางในบ้านกับครอบครัว ทุกคนปลอดภัย  และขอให้ทุกคนปลอดภัยกันทั่วหน้านะครับ ขอบคุณมากๆๆครับ
 :95:  :30:   :30:   :30:
[/quote]

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
        พุธที่ 13 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ภาคกลางถือเป็น "วันมหาสงกรานต์"   แต่ทางเหนือกลับถือเป็นวัน"สิ้นปีเก่า หรือวันสุดท้ายปีเก่า" ให้ชื่อว่า "วันสังขานต์ล่อง" ( กร  (ในคำว่า สงกรานต์) คนเหนือจะออกเสียงเป็น ข. เช่น โกรธ จะว่า โขด) วันนี้เริ่มนับกิจกรรมแรกของประเพณีปีใหม่เมือง(ล้านนา)
        "วันสังขานต์ล่อง" จึงหมายถึง  วันสิ้นปี(ล่องลอย หายไป) วันนี้ ตามประเพณีเหนือ จะตื่นแต่เช้าตรู่ จุดสะโปก หรือประทัด ยิงปืน เพื่อขับไล่เสนียด จัญไร ไหลล่องไปกับปู่สังขานต์ ย่าสังขานต์ ซึ่งจะแบบรับเอาสิ่งที่ไม่ดีไม่งามในชีวิตไปเททิ้งที่มหาสมุทร การไล่สังขานต์ด้วยเสียงประทัดหรือสะโปกที่ดังแต่เช้าตรู่ จึงทำให้ทุกคนตื่นขึ้นมาเพื่อทำความสะอาดบ้านเรือน ซักที่นอน หมอนมุ้ง แล้วอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดผ่องใส

        แต่ บรรยากาศจริงๆที่ในเมืองลำปาง เงียบไม่ได้เสียงประทัด ครูเองไม่ได้ไปไหน อยู่บ้าน เก็บข้าวของ(กระดาษ/กล่องกระดาษ/เศษเหล็กอะไหล่รถยนต์หมดอายุ/และอื่นๆฯลฯ)ไปขาย ทำความสะอาดศาลพระภูมิเจ้าที่ ไหว้สาเจ้าที่ ประตูบ้าน ผู้ปกปักรักษา ป้องกันอันตรายมาสู่เจ้าของบ้าน  ค่ำๆก็เข้าห้องดนตรี ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ไปตามประสา

        วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2565 :  ทางเหนือว่าเป็น  "วันเน่า  หนือ วันเนา วันที่สองของประเพณีปีใหม่เมือง และยังถือว่าเป็น “วันดา”   หรือวันที่ชาวบ้านจะร่วมกับครอบครัวเตรียมข้าวของสำหรับทำบญใหญ่ในวันพรุ่งนี้เช้า  แต่ภรรยาครูเกรงว่า วันรุ่งขึ้นคนจะมาก แออัดกันที่วัด ครูกับภรรยาจึงรีบนำภัตตาหารไปถวายพระที่วัดปงสนุกใต้(หน้าบ้าน)เสียแต่เพลวันนี้  ตอนบ่ายแก่ๆก็ไปขนทรายเข้าวัด ค่ำๆก็เข้าห้องดนตรี ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ไปตามประสา

        วันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2565 : วันพญาวัน วันที่สามของประเพณีปีใหม่เมือง ถือเป็นวันเถลิงศก เปลี่ยนศักราชเริ่มต้นปีใหม่ วันนี้มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่ และอุทิศกุศลไปถึงญาติผู้ล่วงลับ หรือเรียกว่า “ทานขันข้าว” (อ่านเสียงล้านนา “ตานขันเข้า”) หลังจากนั้นนำตุงปักลงบนกองเจดีย์ทราย และคนเฒ่าคนแก่ก็อยู่ร่วมพิธีเวนทานเจดีย์   ครูกับภรรยาก็นำภัตตาหาร ข้าวตอกดอกไม้ ธูป เทียน   ไปทำบุญที่วัด ตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์  กลับมาอยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหนเลย ค่ำๆก็เข้าห้องดนตรี ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ไปตามประสา

        วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2565 : วันปากปี เป็นวันที่สี่ของประเพณีปีใหม่ จัดว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในเทศกาลปีใหม่เมือง ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้คนล้านนาจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญเสาใจบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บางแห่งอาจจะต่อด้วยพิธีสืบชะตาหมู่บ้าน และพากันไปขอขมา ดำหัว พระเถระผู้ใหญ่ตามวัดต่างๆ ดำหัวผู้อาวุโส ผู้นำชุมชน ในตอนค่ำ วันนี้มีญาติ 1 ท่านมาดำหัว"คุณแม่ยาย (ผู้ป่วยติดเตียง)"ที่บ้านครู  ครูไม่ได้ไปไหนเลย ค่ำๆก็เข้าห้องดนตรี ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ไปตามประสา

        บรรยากาศทั้งสี่วันของประเพณีปีใหม่เมืองเหนือ เฉพาะที่ลำปางบ้านครู ได้ปฏิบัติตามแนวธรรมเนียมอยู่แค่ที่บ้านและที่วัดเท่านั้น ครูไม่ได้ออกนอกบ้านไปดูบรรยากาศที่อื่นเลย  เพราะ ท้องฟ้าโปร่ง แดดจัด อบอ้าวมากๆ (ทำสถิติ ลำปางร้อนที่สุดในประเทศอีกแล้ว) รอบๆบ้านครูซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านคนพักอาศัย เงียบมาก เสียงเพลง ดนตรีไม่มีให้ได้ยินเลย นอกจากที่วัดเป็นเพลงดนตรีแบบทางเหนือ เย็นๆ เนิบๆ เบาๆพอได้ยินว่ามีบรรยากาศต้อยรับญาติโยมมาทำบุญ  พอตะวันตกดิน ก็เงียบ เหมือนไม่มีเทศกาลสงกรานต์เลย

        ทั้งหมดนี้ คือ บรรยากาศสงกรานต์แบบชีวิตวิถีใหม่ ที่ยังมีแก่นแท้ให้ได้เห็นได้ปฏิบัติตามประเพณีอันดีงามที่สืบทอดมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ขอให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อไป อย่าได้ทิ้งขว้าง 
        ขอให้มีความสุข ปลอดภัยจากภพยันตราย โรคาพยาธิทั้งหลาย เทอญ.

 :30:   :30:   :30:

       

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • *
  • กระทู้: 2218
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตั้งแต่ปีใหม่ไทย 13 เมษายน2565 ครูไม่ได้เข้ามาเล่าเรื่องราว ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ในนี้เลย เพราะบรรยากาศโควิท19ทำให้รูสึกไม่ค่อยดีนัก เป็นห่วงเพื่อนพี่น้อง ลุงป้า น้าอาร่วมประเทศอยู่ทุกวัน

ระหว่างว่างเว้นไปนี้ ครูไปได้ประสบการณ์เรื่องอื่นๆหลายอย่างที่คนสูงวัยน่าจะมีบ้าง เดี๋ยวจะได้มาเล่าสู่กันต่อ

ขอขอบคุณเพื่อน พี่น้องทุกคนครับ
 :95: